แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รูปแบบกราฟแท่งเทียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รูปแบบกราฟแท่งเทียน แสดงบทความทั้งหมด
2

รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 6

9Professionaltrader วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561
ในบทความนี้ยังคงพูดถึงแท่งเทียนที่เป็นรูปแบบของ Bearish Candlestick Pattern รูปแบบแท่งเทียนทีบ่งบอกการเปลี่ยนแปลงจากแนวโน้มขาขึ้นเป็นแนวโน้มขาลง

Bearish Harami Cross 
ลักษณะของแท่งเทียนประเภทนี้จะมีแท่งไม้กางเขนหรือเครื่องหมายบวกอยู่ระหว่างกลางของแท่งเทียนขาขึ้นที่มีขนาดใหญ่ในช่วงก่อนหน้านั้น บ่งบอกถึงกำลังซื้อของนักลงทุนในเวลานั้นเบาบางลง และมีแรงขายเข้าในระ
ดับหนึ่ง ทำให้แท่งเที่ยนมาเปิดที่ตรงกลางแท่ง  ราคาปิดและราคาเปิดของแท่งเทียนในรูปแบบนี้จะเท่ากัน เพราะยังไม่สามารถที่จะเลือกทิศทางได้ ต้องดูที่ขนาดของหางแท่งเทียนอีกที หากหางด้านบนของแท่งเทียนมีความยาวมากกว่าด้านล่าง นั่นหมายความว่า แรงขายมีมากกว่าแรงซื้อ แต่หากหางด้านล่างมีมากกว่าด้านบน แสดงว่า แรงซื้อยังเยอะอยู่ วิธีการเทรดกับรูปแบบของแท่งเทียนประเภทนี้ ต้องรอให้เกิดสัญญาณขาลงจากแท่งเทียนอีกแท่ง จึงจะตัดสินใจทำกำไรในทิศทางขาลง



Dark Cloud Cover
รูปแบบนี้พบบ่อยในกราฟทั่วไป และจะมีความสำคัญมากในกราฟที่อยู่ในไทม์เฟรมสูงๆ ลักษณะของแท่งเทียนประเภทนี้คือ จะมีแท่งสีดำลงมากลืนกินเกินระยะครึ่งแท่งของแท่งเทียนก่อนหน้านั้น บ่งบอกถึงแรงขายที่กำลังมหาศาล กำลังจะเกิดกับตลาด ให้นักลงทุนระวังการกลับตัวจากแนวโน้มขาขึ้นเป็นขาลง รูปแบบนี้จะค่อนข้างใช้ได้ผลกับกราฟในตลาดฟอเร็กซ์ เพราะให้สัญญาณที่ชัดเจน และสามารถใช้เป็นสัญญาณยืนยันร่วมกับรูปแบบแท่งเทียนอื่นๆได้






Bearish Engulfing
ลักษณะของแท่งเทียนในรูปแบบนี้ จะมีแท่งเทียนขาลงที่มีแรงขายเยอะมาก จนสามารถครอบคลุมหรือกลืนกินแท่งเทียนก่อนหน้านั้นที่เป็นแท่งเทียนขาขึ้น  รูปแบบนี้พบบ่อยในกราฟทั่วไป และเป็นรูปแบบที่ใช้ได้ผลมากๆ ถ้าให้ผมเทียบระดับความแม่นยำ รูปแบบนี้ถือว่าเป็นรุปแบบการกลับตัวที่มีความแม่นยำมากที่สุด   รูปแบบของแท่งเทียนประเภทนี้สามารถใช้เป็นสัญญาณยืนยันให้กับรูปแบบแท่งเทียนอื่นๆได้  หากเจอรูปแบบนี้ เข้าได้เทรดได้เลยครับ








ตัวอย่างของแท่งเทียน Bearish Engulfing

แท่งเทียนในรูปแบบขาลงจะมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วกว่ารูปแบบในแท่งเทียนขาขึ้น หากเราเป็นนักเก็งกำไรในตลาดฟอเร็กซ์และพบว่า กราฟในวลานั้นเป็นขาลง อย่าสวนเด็ดขาด ท่านอาจจะติดดอย  รูปแบบของแท่งเทียนจะใชได้ผลก็ต่อเมื่อเราได้ใช้ควบคู่กับแนวรับแนวต้านที่มีความสำคัญ เช่นแนวรับและแนวต้านที่เป็นจุดสูงสุดและต่ำสุดเก่าๆ ..ขอให้ทุกท่านโชคดี 

อ่านต่อ>>>  รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 7 


รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 1
รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 2
รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 3
รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 4
รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 5 
รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 6

Read More>>
1

รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 5

9Professionaltrader วันศุกร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2561
ในบทความนี้จะกล่าวถึงรูปแบบแท่งเทียนที่เป็น Bearish Candlestick ซึ่งแสดงถึงรูปแบบของแท่งเทียนที่แสดงการกลับตัวจากแนวโน้มขาขึ้นเป็นแนวโน้มขาลง (Downtrend)

Gravestone Doji
รูปแบบของ Gravestone เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของแท่งเทียนแบบ Doji  ลักษณะของแท่งเทียนจะเป็นคล้ายๆกับตัวอักษร T คว่ำหัวลง ความหมายของราคาคือ มีแรงขายมากกว่าแรงซื้อในช่วงท้ายๆของตลาด และทำให้ราคาปิดมาปิดที่ราคาต่ำสุดพอดี จึงกลายเป็นรูปแบบของ Gravestone Doji หากเจอรูปแบบนี้ ให้พิจารณาคำสั่ง Buy ที่เปิดไว้ เพราะตลาดอาจจะเกิดการพักตัวก่อน การกลับตัวจะยังไม่เกิดในรูปแบบนี้ จะต้องรอการยืนยันจากแท่งเทียนถัดไป แต่หากหางของแท่ง Gravestone Doji มีความยาวมากๆ ก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแนวโน้มไปเลยก็ได้





Hanging Man
เมื่อราคาขึ้นมาเรื่อยๆ จนเรามองว่า แรงซื้อในตลาดเริ่มอ่อนแรงลงจนมีแรงขายเข้ามาในบางช่วงเวลา ลักษณะของแท่งจะมีตัวแท่งเล็กๆอยู่ด้านบน และจะมีหางของแท่งอยู่ด้านล่าง ซึ่งความยาวของหางด้านล่างจะยาวประมาณ 2-3 เท่าของตัวแท่ง อาจจะเป็นสีขาวหรือสีดำก็ได้ (ราคาปิดอาจจะอยู่เหนือราคาเปิด หรือราคาปิดอาจจะอยู่ต่ำกว่าราคาเปิด) ความหมายของ Hanging Man คือ ราคาอาจจะมีการกลับตัวจากแนวโน้มขาขึ้นเป็นขาลง หรือมีการพักตัวเกิดขึ้น




Bearish Harami
ลักษณะของแท่งเทียนประเภทนี้จะเป็นแท่งสีดำเล็กๆซึ่งมีแรงขายเพียงเล็กน้อยๆ เกิดอยู่ในระหว่างแท่งสีขาวซึ่งมีแรงซื้อเยอะมาก รูปแบบนี้บ่งบอกถึงการพักตัวของแนวโน้มขาขึ้น  ต้องรอการยืนยันจากแท่งเทียนถัดไป









อ่านต่อ >>> รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 6

รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 1
รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 2
รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 3
รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 4



Read More>>
2

รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 4

9Professionaltrader วันพฤหัสบดีที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2561
รูปแบบสภาวะตลาดขาลง ( Bearish Pattern)
ในบทความนี้ ผมจะพูดถึงรูปแบบแท่งเทียนในสภาวะหมี (Bearish) หรือสภาวะตลาดขาลง รูปแบบแท่งเทียนที่เป็น Bearish Pattern จะเป็นการเปลี่ยนแปลงจากสภาวะตลาดขาขึ้นเป็นตลาดขาลง หรือเปลี่ยนจากสภาวะการปรับตัวขึ้นในแนวโน้มขาลงแล้วลงต่อ  ซึ่งเราสามารถใช้ร่วมกับอินดิเคเตอร์ทีบ่งบอกสภาวะที่มีแรงซื้อเยอะเกินไป Overbought ได้ อย่างเช่น RSI และ Stochatic

Long Black Candlestick
แท่งเทียนในลักษณะนี้จะมีลักษณะเป็นแท่งขาลงยาวๆ ซึ่งบ่งบอกถึงแรงขายที่มีเข้ามาอย่างมหาศาล เราอาจจะใช้แทนเป็นแท่งสีดำหรือเป็นแท่งสีแดงก็ได้ เพื่อบ่งบอกว่าเป็นสภาวะตลาดขาลง  ราคาเปิดและราคาปิดของแท่งเทียนจะอยู่ห่างกันมา  ราคาสูงสุดและราคาเปิดจะอยู่ใกล้กันและราคาต่ำสุดกับราคาปิดจะอยู่ใกล้กัน  หากเราเจอแท่งเทียนในลักษณะนี้อย่าสวนเด็ดขาด ไม่งั้นอาจจะติดดอยได้  Long Black Candlestick มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Bearish Strong move เจอเมื่อไหร่ เทรนขาลงมาทันที




Long Upper Shadow
แท่งเทียนในลักษณะนี้จะมีตัวแท่งเป็นสีขาวหรือสีดำก็ได้ แต่ลักษณะเด่นที่สำคัญคือ มีหางของแท่งเทียนอยู่ด้านบน และมีขนาดยาวกว่าตัวแท่งประมาณ 2-3 เท่า  ความหมายของแท่งนี้คือ จะมีแรงซื้อขายในช่วงแรกสูงมาก แต่เมื่อใกล้จะปิดแท่ง จะมีแรงขายมากกว่าแรงซื้อ จึงทำให้ราคาลงมาปิดใกล้กับจุดต่ำสุด หากเจอแท่งเทียนลักษณะนี้ให้เข้า Sell ได้ทันที หรืออาจจะเป็นสถานะ Buy ก่อน เพราะอาจจะบ่งบอกการพักตัว





Shooting Star
แท่งเทียนลักษณะนี้จะคล้ายๆแท่งเทียนด้านบน จะเป็นสีขาวหรือสีดำก็ได้ แต่จะมีหางของแท่งเทียนที่ยาวมากๆ และจะเกิดขึ้นระยะเวลาอันสั้น Shooting Star มักจะเกิดตอนใกล้จบแท่งหรือใกล้จบชั่วโมง หรือใกล้จบวัน และจะเกิดในระยะเวลาที่สั้นมาก จะมีแรงขายเข้ามาก่อนเปลี่ยนแท่งหรือสิ้นสุดวัน
หากเราเจอแท่งเทียนลักษณะนี้ก็คาดเดาได้เลยว่า ราคาน่าจะกลับตัวแล้ว ให้หาจังหวะเข้าออเดอร์ในทิศทางขาลงได้ทัน หรือหากถือออเดอร์ในทิศทางขาขึ้นไว้ ให้ออกโดยทันที





ทุกๆการพักตัวหรือกลับตัวของกราฟจะมีแท่งเทียน Bearish Candlestick เกิดขึ้นอยู่เสมอ และจุดๆนั้นจะเป็นสุดเปลี่ยนเทรนทันที ตลาดขาลงมักจะเร็วกว่าตลาดขาขึ้น หากเทรดเดอร์มีความชำนวญในการอ่านแท่งเทียน ก็จะสามารถทำกำไรจากตลาดขาลงได้อย่างแน่นอน 

รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 5
Read More>>
2

รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 3

9Professionaltrader วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561

รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 3 


รูปแบบแท่งเทียนในตอนที่ 3 นี้เป็นตอนสุดท้ายของแท่งเทียนแบบBullish เป็นแท่งเที่ยนที่บ่งบอกลักษณะของแท่งเทียนขาขึ้น  เรามาต่อกันเลยครับ 

Bullish Engulfing 
แท่งเทียนในรุปแบบนี้จะประกอบด้วย แท่งเทียนที่เป็นแท่งขาลงที่มีแรงขายมาก และแท่งเทียนขาขึ้นที่มีซื้อกลับเข้ามาเป็นจำนวนมากกว่าแรงซื้อ จึงทำให้ลักษณะของแท่งเทียนขาขึ้นกลืนกินแท่งเทียนที่ลงมาทั้งหมด  หากเราเจอแท่งเทียนในลักษณะนี้ในแนวโน้มขาลง ให้ออกออเดอร์เซลก่อน เพราะตลาดอาจจะมีการกลับตัวจากแนวโน้มขาลงเป็นแนวโน้มขาขึ้น  หากเจอแท่งเทียนลักษณะนี้ในแนวโน้มขาขึ้น ให้หาจังหวะเข้า BUY ทันทีเพราะมันเป็นสัญญาณที่ยืนยันความเป็นแนวโน้มขาขึ้น โอกาสพลาดน้อยมากๆ Win Ratio สูงครับ สำหรับรูปแบบ Bullish Engulfing 





Morning Star 
รูปแบบนี้จะประกอบไปด้วยแท่งเทียนทั้งหมด 3 แท่ง ซึ่งจะเป็นสภาวะการเปลี่ยนแปลงจากตลาดขาลงเป็นตลาดขาขึ้น หรืออาจจะเปลี่ยนจากตลาดขาลงเป็นการพักตัวในช่วงขาลง ซึ่งจะต้องดูจากพฤติกรรมของราคา ณ ช่วงเวลานั้น  แท่งเทียนแท่งแรกจะเป็นแท่งขาลงที่แรงขายเยอะมาก และจากนั้นจะแรงซื้อกลับเข้ามาเล็กน้อยในแท่งเทียนแท่งที่สอง   สุดท้าย แท่งเทียนแท่งที่ 3 จะเป็นการยืนยันแรงซื้อจากแท่งที่สอง สัญญาณนี้มาช้าแต่ชัวร์ แนะนำให้ดูที่ไทม์เฟรม 1 วันขึ้นไป เพราะจะให้ความแม่นยำสูงมาก  โดยส่วนใหญ่จะบ่งบอกการกลับตัวจากแนวโน้มขาลงเป็นแนวโน้มขาขึ้น  


Morning Doji Star 
รูปแบบนี้จะคล้ายรูปแบบของ Morning Star แต่จะแท่งที่สองจะเป็นเครื่องไม้บวก หรือไม้กางเขน บ่งบอกถึงแรงซื้อและแรงขายในแท่งที่สองเกือบเท่ากัน จึงทำให้ราคาเปิดและราคาปิดมาปิดที่ราคาเดียวกัน หากหางด้านล่างของแท่งที่สองมีความยาวสูงมาก จะเป็นการยืนยันการกลับตัวที่ชัดเจน สามารถเข้าเทรดหลังจากจบแท่งที่สองได้เลย แต่หากความยาวของหางของแท่งที่สองมีขนาดสั้นมาก ต้องรอสัญญาณยืนยันจากแท่งที่สามก่อน จึงจะสามารถเข้าเทรด Buy ได้  สัญญาณ Morning Doji Star ใช้เพื่อบ่งบอกการกลับตัวจากตลาดขาลงเป็นตลาดขาขึ้น ความแม่นยำสูงมาก หากใช้กับไทม์เฟรมสูงๆ อย่างเช่น Daily time frame 


Three White Soldiers 
รูปแบบนี้มีชื่อไทยๆว่าสามทหารเสือ หากเจอสามแท่งนี้เมื่อไหร่ เราสามารถคาดการณ์ได้เลยว่า ราคามีการกลับตัวแน่นอน เพราะได้รับการยืนยันจากแท่งเทียนที่เป็นแนวโน้มขาขึ้นถึงสามแท่ง ลักษณะที่สำคัญของรูปแบบนี้คือ ในช่วงของตลาดขาลงจะมีแรงขายอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจะค่อยๆมีแรงซื้อกลับเข้ามาเรื่อยๆ เข้ามาทีละแท่ง โดยลักษณะของแท่งจะเป็นการเปิดและการปิดของราคาที่ต่อเนื่องกัน และไม่ค่อยมีแรงขายเกิดขึ้นในช่วง 3 แท่งนี้ จึงเป็นที่มาของรูปแบบ Three white soldiers  สามทหารเสือนั่นเอง 



ตัวอย่างรูปแบบแท่งเทียน 

ฝึกดูกราฟเยอะๆนะครับ แล้วประยุกต์รูปแบบที่ได้เรียนรู้มากับกราฟจริงๆ ซึ่งรูปแบบบางรูปแบบอาจจะไม่ได้ตรงตามทฤษฎี เราต้องนำมาประยุกต์ให้ลักษณะกราฟในแต่ละวัน



Read More>>
1

รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (candlestick Pattern) ตอนที่ 2

9Professionaltrader วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561

รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (candlestick Pattern) ตอนที่ 2 

สำหรับตอนที่ 2 สำหรับเรื่องของแท่งเทียนยังคงเป็นแท่งเทียนในหัวข้อ Bullish Candlesticj Pattern หรือ รูปแบบของแท่งเทียนขาขึ้น

Bullish Harami 
รูปแบบนี้จะมีลักษณะเป็นแท่งเทียนขาขึ้นเล็กๆ อยู่ตรงกลางแท่งเทียนขาลงที่ถูกเทขายลงมาอย่างหนัก จากนั้นก็มีแรงซื้อกลับเข้ามาทันที แรงซื้อดังกล่าวมีปริมาณที่มาก ทำให้ราคาปิดของแท่งขาลง กับราคาเปิดของแท่งขาขึ้นไม่ตรงกัน จึงทำให้แท่งเทียนที่เป็น harami ไปอยู่ตรงกลาง  หากเจอกราฟลักษณะนี้ในแนวโน้มขาลง ให้ออกออเดอร์ที่เข้า Sell ไว้ และหาจังหวะ Buy  และหากเจอกราฟลักษณะนี้ในแนวโน้มขาขึ้น ให้หาจังหวะ Buy ได้ทันที






Bullish Harami Cross   
รูปแบบนี้จะมีลักษณะของแท่งเทียนเป็นเหมือนรูปโดจิ เหมือนไม้กางแขน หรือเครื่องหมายบวก เล็กๆอยู่ตรงกลางของแท่งขาลง บ่งบอกถึงความอ่อนแรงของตลาดขาลงและมีแรงซื้อกลับจากนักลงทุน  ความหมายของแท่งเทียนในลักษณะนี้จะคล้ายๆกับ Bullish Harami



Piercing  Pattern 
รูปแบบนี้จะเป็นรูปแบบการกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น เราจะพบว่าแท่งเทียนที่เป็นสีดำขาลงจะมีขนาดยาวและมีแรงขายเยอะมากๆ จากนั้นแท่งสีขาวยังมีราคาเปิดต่ำกว่าแท่งสีดำ นั่นหมายความว่า ในตอนแรกนั้น แรงขายยังคงมีมาเรื่อยๆ แต่เมื่อใกล้ตลาดปิดหรือใกล้ครบช่วงเวลาที่กำหนด ตลาดจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างมหาศาล แรงซื้ออาจจะกลับมาใกล้เคียงกับแรงขายทั้งหมด จึงเกิดเป็นแท่งเทียนแบบ Piercing Pattern   หากเจอสัญญาญแบบนี้ในแนวโน้มขาลง กราฟจะบ่งบอกเราว่า กำลังจะกลับตัว  แต่หากเจอลักษณะแบบนี้ในแนวโน้มขาขึ้น ให้หาจังหวะเข้า  Buy ได้ทันที





ตัวอย่าง
คลิกเพื่อขยาย ตัวอย่างของแท่งเทียน




อ่านต่อ >> รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 3 

Read More>>
14

รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern) ตอนที่ 1

9Professionaltrader วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
รูปแบบแท่งเทียนที่พบบ่อย (Candlestick Pattern)

ชาวญี่ปุ่นได้พัฒนาการวิเคราะห์แบบแท่งเทียนนี้มาตั้งแต่ ค.ศ. 1600 เพื่อนำมาคาดคะเนราคาพืชผลทางการเกษตร เช่น ราคาข้่าว 

แผนภูมิแท่งเทียนจะแสงราคาเปิด ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด และราคาปิด ซึ่งคล้ายกับรูปแบบที่เราเห็นในปัจจุบัน หนังสือ Candlestick Charting ซึ่งเขียนโดย Steven Nison ได้อธิบายวิธีการวิเคราะห์ไว้ตั้งแต่เดือนธันวาคม ค.ศ. 1989 และลงตีพิมพ์ในนิตยสาร Future ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1990 ซึ่งเขากล่าวว่าวิธีนี้เป็นเคล็ดลับของชาวเอเชียที่ถูกลืมมาเป็นเวลานาน (Long forgotten asian secret)

แผนภูมิแท่งเทียนได้ให้ภาพของซัพพลายและดีมานด์ไว้อย่างชัดเจน

สิ่งที่สำคัญคือการแสดงกราฟแท่งเทียนที่จะต้องมีราคาเปิด ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด และราคาเปิดไว้อย่างครบถ้วน จึงจะเป็นกราฟแท่งเที่ยนได้ จะขาดแม้แต่ราคาเปิดก็ไม่ได้


Read More>>
15

เทคนิคการเทรดง่ายๆโดยกราฟแท่งเทียน (แท่งเทียนภาค2)

9Professionaltrader วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

เทคนิคการเทรดง่ายๆโดยกราฟแท่งเทียน 

สวัสดีครับเพื่อนๆ นายโปร(9prof) ทุกคน วันนี้มีเทคนิคการเทรดโดยกราฟแท่งเทียนมาฝาก หลังจากที่ผมได้เขียนภาคแรกเอาไว้ เป็นเทคนิคการเทรดแบบแท่งต่อแท่ง วิธีนั้นเป็นวิธี Scalper เทรดแบบสั้นๆ แต่สามารถอัพกำไรได้ดีทีเดียวเลยครับ ลองอ่านภาคแรกได้ที่นี่ครับ
http://9professionaltrader.blogspot.com/2011/03/candlestick-scalping.html แต่ภาคแรกนั้น ต้องใช้ความชำนาญกับกราฟมาซักระยะก่อน คือเราต้องดูพฤติกรรมของกราฟโดยการนั่งสังเกตมันบ่อยๆนะครับ ถึงจะเข้าใจมัน เช่น บางทีกราฟพุ่งขึ้นไป มันไม่ได้หมายความว่า มันจะขึ้นเสมอไป เจ้ามือมันชอบลากไปเชือดครับ 
ระวังตรงนี้ไว้ด้วย จิตวิทยาในการเทรดนั้นสำคัญ เทรดโดยเทคนิค แต่ไม่มีไหวพริบ ก็เจ๊งครับ 
ในภาค2นี้จะว่าด้วย เทคนิคการเทรดแบบ 4 ช่วงเวลา (TimeFrame)  ผมบอกได้เลยว่ามันง่ายมาก และสามารถทำกำไรได้เป็นอย่างดี ลองส่องกันดูนะครับ 





การเทรดโดยใช้แท่งเทียนนั้น เป็นวิธีการที่ง่าย และไม่ต้องเรียนรู้อะไรที่ซับซ้อน เพียงแค่เรารู้ว่าแท่งนั้นเป็นขาขึ้น ( Bullish Candle) หรือเป็นแท่งขาลง (Bearish Candle) หรือบางคนอาจจะใช้สีขาวและสีดำ แทนชื่อเรียกแท่งเทียนก็ได้ แท่งสีขาวเป็นขาขึ้น แท่งสีดำเป็นขาลง ที่เราใช้แท่งเทียนในการเทรด เพราะว่ามันไม่มีอะไรวิเศษไปกว่าราคาที่เป็นอยู่และลักษณะของราคาที่แสดงเป็นกราฟแล้ว อินดิเคเตอร์ทั้งหลายก็ใช้ค่าของราคา เปิด ปิด ในการแต่ละแท่งไปคำนวนออกมา

การใช้แท่งเทียนในการเทรดนั้น เราก็ควรจะดูหลายๆ ช่วงเวลา (Time Fram) โดยส่วนใหญ่ก็จะดูกันที่ 4 ช่วงเวลา ผมจะยกตัวอย่าง 4 TF ของผมนะครับ

1.แท่งเทียน 4 ชั่วโมง เอาไว้ดู Trend หลักๆ โดยเราต้องดูแท่งเทียนย้อนหลังว่า มันแสดงสภาวะอะไร เป็นขาขึ้น หรือขาลง หรือเป็นรูปแบบอะไร การดูแท่งเทียน 4 ชั่วโมงนี้ Pattern ต่างๆ ที่อยู่ในหนังสือ สามารถช่วยเราได้
* ถ้าหากเราเจอ Pin Bar หรือ Doji ในกราฟแท่งเทียน 4 ชั่วโมง ให้ระวังการกลับตัว ถ้ายังถือออเดอร์อยู่ ให้รีบปิดทันที

2. แท่งเทียน 1 ชั่วโมง เอาไว้ดูการกลับตัวในระยะสั้นๆ สมมติว่ากราฟกำลังลงอยู่ แล้วแท่งปัจจุบันกำลังจะเกิด PinBar หรือ Doji ให้พวกเราคิดไว้ทันทีว่า ราคากำลังจะกลับตัวขึ้นไปอีกครั้ง ให้เราออกจากออเดอร์นั้นก่อน

3.แท่งเทียน 30 นาที ใช้เหมือนกันกับกราฟ 1 ชั่วโมง แต่กราฟ 30 นาที จะส่งสัญญาณเร็วกว่า กราฟ 1 ชั่วโมง

4. แท่งเทียน 15 นาที ใช้แท่งเทียนนี้ ดูสัญญาณเข้าเทรด ตามแนวโน้มข้อ 1-3 รอแท่งที่มันส่งสัญญาณที่ชัดเจน แท่งขาวๆยาวๆ หรือแท่งดำๆยาวๆ เมื่อเราเห็นเราก็เข้าตามแนวโน้มนั้น



การหาราคาเข้าของแท่งเทียน

เมื่อเรารู้ว่าแนวโน้มนั้น เป็นแนวโน้มอะไรแล้ว การดูแนวโน้มนั้นไม่ยาก แต่ที่ยากคือ การหาราคาเข้า การที่เราจะหาราคาเข้าโดยใช้แท่งเทียนนั้น ทำได้หลายแบบ แล้วแต่สภาวะของตลาดว่ามันแสดงแบบไหน ถ้ากราฟวิ่งเยอะๆ เราก็สามารถมีกำไรจากการเทรดโดยใช้แท่งเทียน แต่ถ้ากราฟไซเวย์ หรือมีการเปลี่ยนแปลงราคาน้อย ไม่เหมาะกับการเทรดโดยใช้แท่งเทียน

การหาราคาเข้านั้น มีอยู่หลายรูปแบบ ผมจะยกตัวอย่างที่ผมใช้อยู่ทุกวันก็แล้วกันนะครับ
1. เข้าที่ราคา 1/3 1/2 และ 2/3 แต่ที่เราเห็นบ่อยคือ เข้าที่ราคาครึ่งแท่ง(1/2) ของแท่งก่อนหน้านั้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราเห็นกราฟ 15 นาทีลงยาว เราต้องรอให้แท่งนั้นปิดก่อน แล้วก็ไปตั้ง Pending Sell ไว้ที่ตรงกลางของแท่งนั้น โดยส่วนใหญ่ ราคาจะขึ้นไปทดสอบก่อนลง อีกครั้ง

2. เข้าตามไปเลย เห็นกราฟพุ่งลงก็ใส่ Sell ลงไปเลย ใส่ไม้แรกไปก่อน ถ้าไม้สองเด้งขึ้นมาครึ่งแท่ง ใส่ไม้สองไปอีก แต่ต้องบริหารทุนให้ดีนะครับ อย่าให้เกินไม้ละ 10 %

*ผมคงไม่ต้องบอกนะว่า ถ้าเรา Sell แล้วมันพุ่งขึ้น ต้องทำยังไง

3. กราฟพุ่งขึ้น หรือพุ่งลงอย่างไม่มีเหตผล ... หลายๆคนคงเคยเจอกับกราฟแบบนี้มาแล้ว กราฟกำลังขึ้นอยู่ดีๆ มีสัญญาณการกลับตัวลงมาอีกครั้ง แล้วราคามันสามารถทะลุ Low เดิมได้ เจอกราฟแบบนี้ คุณโดนเชือด Stop Loss แล้วครับ จังหวะนี้คุณอาจจะ Buy สวนมันเลยก็ได้ แล้วก็ Stop Loss ไว้น้อยๆหน่อย วิธีนี้ถือเป็นการวัดใจ ไม่มีทฤษฎีที่แน่นอน ต้องอาศัยประสบการณ์

รอเข้าที่ราคา ครึ่งแท่งของแท่งก่อนหน้านั้น



หวังว่าบทความนี้คงทำให้เทรดเดอร์หลายๆคนประสบความสำเร็จกับ Forex นะครับ วิธีนี้ไม่ยากหรอกครับ ต้องรอจังหวะดีๆ ไม่ต้องดูอินดี้ ดูแค่กราฟแท่งเทียนเพียวๆ นอกจากกราฟ Forex แล้ว ยังสามารถใช้ได้กับกรา Metal ( ทองคำ และ แร่เงิน ) ด้วยนะครับ ตลาดหุ้นก็สามารถใช้ได้ครับ แต่ต้อง เลือก Time Frame ให้เหมาะสมหน่อย เพราะหุ้นบ้านเรา ราคาแท่งต่อแท่ง มันไม่ค่อยต่อเนื่องซักเท่าไร

ติดตามบทความนี้เพิ่มเติมได้ที่ Thaiforexschool นะครับ
 http://thaiforexschool.com/index.php?topic=458.0

ถ้าเอาวิธีนี้ไปใช้แล้วยังไม่สามารถทำกำไรได้ แสดงว่าคุณยังใช้กันไม่เป็นนะครับ พัฒนาต่อไป สู้ๆครับ ทุกคน
Mac
9professionaltrader & Thaiforexschool

** มีโครงการมาแนะนำครับ โครงการเทรดจัดสรรปันส่วนให้กับสมาชิก http://fxinvestorthai.com/index.php?board=26.0

** ติดตามพวกเราผ่านทาง Facebook
http://www.facebook.com/pages/Thaiforexschool9professionaltrader/114347078617988

Read More>>
11

เทรดสั้นๆ โดยการดูแท่งเทียนแบบแท่งต่อแท่ง (แท่งเทียนภาคแรก)

9Professionaltrader วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2554 ,

วิธีการนี้เป็นการเทรดแบบสั้น Scalper โดยการดูแท่งเทียนที่กราฟ 5 นาที วิธีการนี้เหมาะกับโบรกเกอร์ที่มี Spread น้อยๆ เหมาะกับค่าเงิน EUR/USD , GBP/USD โดยมี
สเปรดอยู่ระหว่าง 1-2 จุด โบรกเกอร์ 4 ต่ำแหน่ง และ 10-20 จุด โบรกเกอร์ 5 ตำแหน่ง
Stop Loss 5-10 จุด ขึ้นอยู่กับลักษณะของแท่งเทียน
Take Profits 5-10 และขึ้นอยู่กับความพอใจของเรา
วิธีนี้ใช้ได้ผลครับ ผมชอบ Scalper วิธีนี้ ต้องเข้าเร็วออกเร็ว
ดูรูปกันเลยครับ จะอธิบายตามหมายเลขกันเลย




หมายเลข 1 เราจะเห็นราคาได้เกิดแท่งสีดำลงมา และปิดที่หมายเลขที่ 2
ที่ตำแหน่งหมายเลขที่ 2 ให้เข้า Sell แล้ว Stop loss ไว้ที่ หมายเลข 1  และ Take Profit 5-10 pips
เมื่อราคาปิดลงที่หมายเลข 3 ให้ Sell แล้ว Stop Loss เหนือเส้น EMA
เมื่อราคาขึ้นไปที่หมายเลข 4 แล้วไม่ผ่าน EMA 26 Sell อีก 1 ไม้ แล้ว Stop Loss ไว้เหนือ EMA  และ Take Profits ไว้ที่ หมายเลขที่ 3
เมื่อเกิดแท่งเทียนกลับตัวขึ้นมา หมายเลข 6 รอราคาปิด ราคาปิดแบบ Hammer ให้เปิด Buy และ Stop Loss ไว้ที่ หมายเลข 5
หมายเลข 7 8 9 เปิดออเดอร์ Buy ไปเรื่อยๆ แล้ว Stop Loss ไว้ที่ ราคาต่ำสุดของแต่ละแท่ง และ Close Order Buy ทั้งหมดที่ หมายเลขที่ 10
ที่หมายเลข 10 รอให้ราคาปิด แล้วเปิด Sell ที่ราคาปิด  แล้ว Stop Loss ไว้ที่ หมายเลข 9
เมื่อราคาทะลุ EMA 26 และ 50 เปิด Sell  11  Stop Loss ไว้ที่ หมายเลข 10 และTake Profits ไว้ที่หมายเลข 5

รอดูอาการของราคา (Price Action ) ที่ตำแหน่ง 5 ถ้าราคาสามารถทะลุได้ ให้ Sell แต่ถ้าไม่ผ่าน แล้วมีแท่งเทียนกลับตัวให้เปิด Order Buy

หมายเลขที่ 12 13 14 15 16 ราคาทดสอบจุดต่ำสุดใหม่ แล้วมีการทำ Higher Low จุดต่ำสุดใหม่ สูงกว่า จุดต่ำสุดใหม่
เมื่อเห็นว่าราคาทีหมายเลข 16 ปิดสูงกว่า จุดต่ำสุด แล้วมีแท่งเทียน Bullish ขึ้นมา เปิด Buy ทันที โดยที่ Stop Loss ไว้ที่หมายเลข 13
Buy เรื่อยๆ โดย Stop Loss ตามจุดต่ำสุดของแท่งเทียนก่อนหน้านั้น และปิดออเดอร์ทั้งหมดที่ ตำแหน่งสูงสุดเดิม หมายเลข 9 หรือปิดออเดอร์ที่บวก 5-10 จุด


ลองดูภาพไปเรื่อยๆนะครับ วิธีนี้เป็นการเทรดแท่งต่อแท่ง อธิบายยากเหมือนกัน ต้องลองเทรดเอง
หรือไม่ก็ลอง Save ภาพจากกราฟมาอ่านย้อนหลังดูครับ ช่วยได้มากเลยทีเดียว

รูปนี้เป็นกราฟ 15 นาที โดยดู Pinbar ที่กราฟ 15 นาที โดยส่วนใหญ่
เมื่อเกิด Pin Bar ก็ให้รอราคาปิด แล้วก็เข้าออเดอร์ โดยทันที.


อ่านข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที กระทู้นี้นะครับ ผมจะอัพเดทเรื่อยๆ
http://thaiforexschool.com/index.php?topic=370.0
Read More>>
4

Price Action

9Professionaltrader วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
Price Action ก็คือ พฤติกรรมของราคานั่นแหระครับ เราจะดูลักษณะการปิดของมัน (แท่งเทียน , Bar Chart) ลักษณะของมันก็บ่งบอกได้ทั้ง การกลับตัว และการไปต่อในทิศทางเดิม

> ราคาเคลื่อนที่มาได้ซักระยะนึงในทิศทางใด ทิศทางหนึ่ง แล้วมีการพักตัว ทีนี้เราก็มาดูการพักตัวของราคา ว่ามันพักตัวแบบไหน โดยดูลักษณะของแท่งเทียน และการราคาปิดของมัน โดยส่วนใหญ่ เราจะดูแค่  Pin Bar , Inside Bar , Fakey Setup
 ดูรูปตัวอย่างนะครับ



ทีนี้มาดูวิธีการ เข้าออเดอร์ และการตั้ง Stop Loss และ Take Profits


จากตัวอย่าง เราจะเข้า Buy เมื่อเราเห็นแท่งสีน้ำเงินทะลุผ่าน Inside Bar  แล้วตั้ง Stop Loss ไว้ที่ราคาต่ำสุดของ Pin Bar ส่วนการตั้ง Target นั้นก็ขึ้นกับความพอใจของเราว่าจะเอาแค่ไหน อาจจะตั้ง TP มากกว่า SL หรือตั้ง TP ตามราคาสูงสุด หรือต่ำสุดที่ผ่านมา

หวังว่าคงพอเข้าใจนะครับ
ลองเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่
http://www.learntotradethemarket.com/
Read More>>
110

รูปแบบกราฟแท่งเทียน (Candlestick Chart Patterns)

9Professionaltrader วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553
 รูปแบบกราฟแท่งเทียน (CandleStick Chart Pattern)

What 's Candle Stick Chart ? กราฟแท่งเทียนคืออะไร
กราฟแท่งเทียนเป็นกราฟที่แสดงราคาของหุ้นตัวนั้น ซึ่งจะแสดงราคาเปิด ( Open Price ) ราคาปิด(Close Price) ราคาสูงสุด ( High Price) และราคาต่ำสุด( Low Price ) โดยต้นกำเนิดของกราฟแท่งเทียนมาจากประเทศยี่ปุ่นโดยมีประวัติย้อนหลังยาวนานมาก โดยนาย Munehisa Homma เป็นผู้คิดค้นจากการวิเคราะห์จิตวิทยาของคนในการซื้อชายและกำหนดราคาข้าว และเขาได้เขียนหนังสือไว้สองเล่มคือ Sakata  Henso และ Soba No Den เมื่อประมาณ พ.ศ. ที่ผ่านมาประเทศกลุ่มตะวันตกทั้งหลายได้เห็นถึงประสิทธิภาพจึงได้นำมาประยุกต์ใช้กับตลาดหุ้น ตลาดซื้อขายล่วงหน้า ตลาดเงินตราระหว่างประเทศ โดยรูปแบบต่างๆของกราฟแท่งเทียนนั้นมีอยู่ด้วยกันมากกว่า 50ประเภท แต่เรานำมาประยุกต์ใช้กับตลาด ณ ปัจจุบันเพียงและเกิดขึ้นบ่อยๆ เพียงแค่บางส่วนเท่านั้น

รูปร่างทั่วไปของแท่งเทียน  General Of CandleStick Sharp
แท่งเทียนจะประกอบด้วย ราคาปิด ราคาเปิด ราคาต่ำสุด ราคาสูงสุด ซึ่งระยะระหว่างราคาปิดและราคาเปิดเราจะเรียกว่า ตัวแท่ง ( Body)  ใส้เทียนด้านบน คือ Upper Shadow และ ใส้เทียนด้านล่าง Lower Shadow
ลักษณะของแท่งเทียนมีอยู่ สาม แบบ คือ
1. แท่งเทียนขาขึ้น Bullish Candlestick  ลักษณะของแท่งเทียนขาขึ้นนี้ ราคาปิดจะอยู่สูงกว่าราคาเปิด
bullish candlestick แท่งเทียนขาขึ้น
2.แท่งเทียนขาลง Bearish Candlestick ลักษณะของแท่งเทียนขาลงคือ ราคาปิดจะต้องต่ำกว่าราคาเปิด
bearish candlestick แท่งเทียนขาลง

3.Doji โดจิคือ ราคาเปิดและราคาปิดของแท่งเป็นราคาเดียวกัน หรือ อยู่ใกล้เคียงกันมากๆ
doji ราคาปิดและราคาเปิดอยู่ตำแหน่งเดียวกัน

รูปแบบของแท่งเทียน (Candlestick Pattern ) มีด้วยกัน 3 รูปแบบคือ
1.รูปแบบของแท่งเทียนขาขึ้น (Bullish Candlestick Pattern)
2.รูปแบบของแท่งเทียนขาลง (Bearish Candlestick Pattern)
3.รูปแบบของแท่งเทียนแบบต่อเนื่อง (Continuous Candlestick Patern)


รูปแบบกราฟแท่งเทียนที่มักจะพบบ่อยที่สุด มีดังนี้

      โดยปกติแล้ว รูปแบบของแท่งเทียนมีเยอะมาก มากกว่า 50 รูปแบบ ถ้าจะให้เราจำหมด ก็คงไม่ไหว วันนี้ผมจึงเอาเฉพาะรูปแบบที่พบบ่อยบนกราฟของเรามาให้ดูกันครับ ว่าแต่ละตัวบอกถึงอะไร สื่อความหมายว่าอย่างไร การดูแท่งเทียนเป็นวิธีการที่ดีที่ใช้ในการวิเคราะห์หุ้น หรือ ฟอเร็กซ์ และเพื่อความแม่นยำให้กับการวิเคราะห์กราฟของเรา เราก็ควรจะใช้รูปแบบของกราฟแท่งเทียนร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ เช่น Indicator , Fibonacci , Trendline , Moving Average และ รูปแบบกราฟโดยทั่วไป เราสามารถประยุกต์กราฟแท่งเทียนเข้ากับเครื่องมือเหล่านี้ได้ 
     
    10 อันดับที่พบบ่อยของ รูปแบบกราฟแท่งเทียน


Dark Cloud Cover:  เป็นแท่งเทียนตามด้วยแท่งเทียนสีดำ ราคาเปิดของแท่งสีดำจะเปิดสูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งสีขาวและราคาปิดของแท่งสีดำจะปิดต่ำกว่าจุดกึ่งกลางของแท่งสีดำ รูปแบบนี้เป็นสัญญาณการกลับทิศจากแนวโน้มขาขึ้นกลายเป็นแนวโน้มขาลง (Bearish Reversal Signal)
     แต่ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนสีดำ ปิดสูงกว่าจุดกึ่งกลางของแท่งเทียนสีข่าว ให้เรารอสัญญาณยืนยันของแท่งเทียนสีดำอีกแท่ง ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนอีกแท่งปิดต่ำกว่ากึ่งกลางของแท่งสีขาว ก็เป็นสัญญาณการกลับตัวเป็นตลาดขาลง






Doji:  เป็นกราฟแท่งเทียนที่มีราคาเปิดและราคาปิดอยู่ในราคาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันมากๆ เราก็ถือว่ากราฟแท่งเทียนนั้นเป็นโดจิ ลักษณะของมันจะคล้าย เครื่องหมาย บวก เครื่องหมาย ลบ กากบาท ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกเรียกว่า โดจิ 
ถ้าเกิด โดจิ ขึ้นกับกราฟของเรา นั่นคือสัญญาณบอกเราว่า ราคากำลังจะเปลี่ยนจากแนวโน้มเดิม โดยทั่วไปแล้ว เราจะดู โดจิเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูแท่งเทียนถัดมาอีกแท่งเพื่อเป็นสัญญาณยืนยันของแนว
โน้มนั้น




 Engulfing Pattern: ในสภาวะที่เป็นตลาดขาลงเราจะเป็นว่าแท่งสีดำ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเปลี่ยนแท่ง ราคาจะกระโดดโดยที่ราคาเปิดของแท่งสีขาวจะอยู่ต่ำกว่าราคาปิดของแท่งสีดำ และมีแรงซื้อเข้ามาทำให้เราราปิดของแท่งสีขาวสูงกว่าราคาสูงสุดของแท่งสีดำ นี่คือ ตลาดกำลังจะกลับตัวจากแนวโน้มลงเป็นแนวโน้มขาขึ้น ลักษณะรูปแบบแท่งเทียนแบบนี้เรียกว่า Engulfing Bullish  
Engulfing Pattern จะประกอบด้วย 2 รูปแบบคือ Engulfing Bullish และ Engulfing Bearish 





Evening Star: โดยทั่วไปแล้วรูปแบบแท่งเทียนนี้จะเป็นการกลับตัวของกราฟจากแนวโน้มขาขึ้นกลายเป็นแนวโน้มขาลง โดบรูปแบบนี้จะประกอบด้วยแท่งเทียนสามแท่ง แท่งแรกเป็นแท่งเทียนสีขาวยาวๆ และตามด้วยแท่งเล็กๆ ที่เกิดการกระโดดขึ้นไปอยู่บนยอด (gap) และมีขนาดเล็กๆ ราคาปิดและราคาเปิดของแท่งเทียนที่สองจะอยู๋ใกล้เคียงกัน จากนั้นก็เกิดช่องว่าง(gap)เปลี่ยนเป็นแท่งที่สามเป็นแท่งสีดำยาวๆ นี่คือลักษณะของ Evening Star นอกจาก Evening Star แล้วก็ยังมี Morning Star โดยหลักการก็ตรงกันข้ามกับ Evening Star

Hammer: เมื่อตลาดอยู่ในสภาวะขาลงมีแท่งเทียนสีดำลงมาเรื่อยๆ จากนั้นราคาได้ดีดตัวขึ้นจากจุดต่ำสุด โดยลักษณะของแท่งเทียนจะเป็นแบบตะปู โดยที่มีราคาปิดจะปิดสูงกว่าราคาต่ำสุดลักษณะนี้เราจะเรียกว่า Hammer  
Hammer มักจะบอกเราอยู่เสมอว่า ราคากำลังจะเปลี่ยนจากแนวโน้มขาลงกลายเป็นแนวโน้มขาขึ้น Hanging Man:  รูปแบบของ Hanging man จะคล้ายกับ Hammer แต่จะเกิดกับแนวโน้มขาขึ้น ถ้าเกิด Hanging man กราฟมันกำลังบอกเราว่า แนวโน้มกำลังจะเปลี่ยนจากขาขึ้นกลายเป็นขาลง ให้รอสัญญาณยืนยันจากแท่งเทียนขาลงอีกแท่ง






Harami: รูปแบบนี้จะประกอบด้วยแท่งเทียนสองแท่งแท่งเทียนขาขึ้นสีขาวและแท่งเทียนสีดำ เมื่อมีแท่งเทียนปิดตัวลงได้เกิดแท่งเทียนสีดำเล็กขึ้น โดยแท่งเทียนสีดำอยู่ระหว่าง Body ของแท่งเทียนสีขาว แท่งเทียนแบบ Harami นี้จะบอกการกลับตัวจากแนวโน้มเดิม
Harami จะประกอบด้วย 2 รูปแบบคือ Bullish Harami และ Bearish Harami  ตัวอย่างด้านบนเป็น Bullish harami






Morning Star: รูปแบบของแท่งเทียนแบบ morning star จะดูกันแค่ 3 แท่ง รูปแบบนี้เอาไว้ดูการกลับตัวของกราฟจากขาลงเป็นขาขึ้น (Bullish Reversal candle pattern) จะประกอบแท่งเทียนสีดำยาวๆ ซึ่งเป็นแท่งเทียนขาลงและ ตามด้วยแท่งเทียนสั้นๆ ที่เกิด gab ด้วย เมื่อมีแท่งสั้นๆตรงกลางแล้ว ตามด้วย แท่งเทียนสีขาว 
แท่งเทียนสีขาวที่เกิดขึ้น ราคาปิดของแท่งเทียนสีขาวต้องปิดสูงกว่ากึ่งกลางของแท่งเทียนสีดำ





Piercing Pattern: เป็นแท่งเทียนสีดำ ตามด้วยแท่งเทียนสีขาวที่มีราคาเปิดต่ำกว่าราคาปิดของแท่งเทียนสีดำ แต่แท่งเทียนสีขาวสามารถทำราคาปิดสูงกว่ากึ่งกลางของแท่งเทียนสีดำ รูปแบบนี้เป็นรูปแบบการกลับตัวการกลับตัวของกราฟจากขาขึ้นเป็นกราฟขาลง และรูปแบบนี้เป็นรูปแบบที่ตรงข้ามกับ Dark Cloud Cover








Shooting Star: รูปแบบนี้จะตรงข้ามกับรูปแบบของ Hammer แท่งเทียนแท่งแรกเป็นแท่งเทียนขาขึ้น และตามด้วยแท่งเทียนที่มีราคาปิดและเปิดอยู่ใกล้ๆกับราคาต่ำสุด รูปแบบนี้จะบ่งบอกเราว่ากราฟกำลังจะเปลี่ยนแนวโน้มจากขาขึ้นมาเป็นแนวโน้มขาลง










ทริคในการเทรดโดยรูปแบบแท่งเทียน ของ 9professsionaltrader

เราสามารถดูแท่งเทียนเพียงอย่างเดียวในการเทรด ได้ แต่เพื่อความแม่นยำ ควรจะดูควบคู่ไปกับ Indicators หรือ เครื่องมืออื่นๆไปด้วย เช่น 
1.ผมจะดูรููปแบบของแท่งเทียนควบคู่ไปกับการดู Overbought Oversold  เมื่อ Indicators บอกเราว่า ราคาได้ Oversold แล้ว ก็จะมาดูที่ราคา แล้วรอจนกว่าราคาจะเกิดแท่งเทียนกลับตัวเป็นแท่งเทียนขาขึ้น หรือเป็นรูปแบบกราฟแท่งเทียนขาขึ้น (Bullish Candle Pattern) จากนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะซื้อ (Buy) 
2.ดูรูปแบบแท่งของแท่งเทียนควบคู่ไปกับ Trendline  เมื่อราคาลงมาชนเส้นแนวโน้มขาขึ้น (Support Trendline or Uptrendline) พอมันลงมาชนแล้วเด้งขึ้น แล้วเราก็รอดูราคาปิดของแท่งเทียน ถ้าราคาปิดสูงกว่า กึ่งกลางของแท่งก่อนหน้านั้น แล้วเราจึงสินใจ Buy  (ในกรณีที่ราคาขึ้นไปชนแนวโน้มขาลง(Resistance Trendline)  ก็ทำตรงข้ามกัน)
3.ดูรูปแบบแท่งเทียนควบคู่กับ แนวรับแนวต้านจากราคาในอดีต และ Fibonacci เมื่อราคาแตะแนวรับแนวต้าน ให้เราสังเกตลักษณะแท่งเทียน ถ้าชนแนวเด้ง นั่นหมายความว่า ราคามีโอกาสกลับตัว แต่ถ้าชนแล้วผ่านฉลุย ปล่อยให้ราคามันวิ่งไป อย่าไปแตะมัน 

ใครมีข้อสงสัย หรือ อยากให้เพิ่มตรงไหน คอมเม้นด้านล่างได้เลยนะครับ 



Read More>>
InstaForex
 
Related Posts with Thumbnails