แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลยุทธิ์และวิธีเก็งกำไรแบบต่างๆ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กลยุทธิ์และวิธีเก็งกำไรแบบต่างๆ แสดงบทความทั้งหมด
1

การเทรดในช่วงข่าวนอนฟาร์มและพฤติกรรมของกราฟในช่วงข่าวนอนฟาร์ม (Non Farm Payroll)

สวัสดีครับเพื่อนๆเทรดเดอร์ทุกท่าน

         เทรดเดอร์หลายๆคนจะรู้อยู่แล้ว ว่าทุกๆวันศุกร์แรกของเดือน จะมีข่าวนอนฟาร์มซึ่งส่งผลกับกราฟมาก ในช่วงเวลาตั้งแต่ 19.00-21.00  ทุกกราฟจะมีความผันผวนทุกสกุลเงิน แต่สกุลเงินหรือคู่เงินหลักๆที่เทรดเดอร์เก็งกำไรในช่วงนอนฟาร์ม คือ ค่าเงินปอนด์  GBP/USD, GBP/JPY(คาดการณ์ยากนิดนึงเพราะมันอิงกับ USD/JPY ด้วย) EUR/USD วิ่งตามข่าว USD/JPY ถ้าเยนไม่มีเหตุการณ์น่าระทึก กราฟก็วิ่งโหด และ ทองคำ(XAU/USD )พระเอกตลอดกาล มีความไวกับข่าวเยอะมาก

ตัวเลขในข่าวนอนฟาร์มจะแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ 

1 .ตัวเลขการจ้างงาน (NonFarm Employment  Change) เป็นตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของอเมกา เรามองง่ายๆครับ ถ้าอเมกามีการจ้างงานเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของเมกาก็จะดีและก็จะดีตามๆกันไป
นักลงทุนก็จะมีความเชื่อมั่น จะเข้าซื้อดอลล่าห์ และแห่ขายทอง (BUY  ดอลล่าห์  Sell ทองคำ )
2.ตัวเลขการว่างงาน ( Unemployment change ) จะวัดเป็นเปอร์เซนต์ออกมา ซึ่งในเดือนกันยายนที่ผ่าน ตัวเลขการว่างงานของเมกาสูงขึ้น ผลที่ตามมาคือ กราฟทองพุ่งขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่ตัวเลขข่าวประกาศออกมา ค่าเงิน USD/JPY ล่วงลงเล็กน้อย และค่าเงิน EUR/USD พุ่งขึ้นประมาณ 50 pips จากราคาก่อนที่จะประกาศตัวเลข

การเทรดในช่วงข่าวนอนฟาม สามารถทำได้สองวิธี 

1. เทรดก่อนข่าว คือ คาดเดาและคาดการณ์ในทิศทางตามที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ เช่น ถ้านักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลข NFP จะออกมาดี เราก็เก็งกำไรในทิศทางขาขึ้น (  Buy USD/JPY , USD/CAD, USD/CHF ) แต่ถ้านักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลข NPF จะแย่ ให้เก็งกำไรในทิศทางขาขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ให้เก็งกำไรกับค่าเงินที่ USD ต่อท้าย เช่น  XAU/USD (GOLD )  ,GBP/USD , EUR/USD )

2. รอเล่นหลังข่าว ให้ข่าวจบก่อน ประมาณ ห้านาที แล้วจึงเก็งกำไรตามทิศทางในตลาด ณ เวลานั้น หากกราฟไหลไปเรื่อยๆ อย่าสวน  แต่ถ้ากราฟเด้งแล้วชน แนวรับ แนวต้านสำคัญๆ รอกราฟกลับตัว แล้วจะเข้าออเดอร์

ในบางครั้ง ทิศทางของกราฟก็ไม่ได้เป็นไปตามข่าวนอนฟาร์มเสมอไปนะครับ เราต้องสังเกตุพฤติกรรมของกราฟตลอดทั้งสัปดาห์ว่า กราฟมันวิ่งยังไง  มันวิ่งไปรอข่าวหรือป่าว ? มันวิ่งไปตามตัวเลขที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ก่อนหรือป่าว ? หรือ มันนิ่งๆ ไม่ไปไหนเลย(ในกรณีน่ากลัวครับ ) พฤติกรรมเหล่านี้ ไม่สามารถมีใครสอนได้ ต้องนั่งสังเกตุและเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลานะครับ



วีดีโอด้านบน เป็นกรณีศึกษา พฤติกรรมของกราฟนอนฟาร์มในช่วงเวลาตั้งแต่ 19.28 จนถึง 19.35 นะครับ ลองดูพฤติกรรมเหล่านี้เพื่อเอาไว้ใช้ในการเทรดเดือนถัดไปนะครับ


หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆเทรดเดอร์ทุกท่านนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับ
ขอให้กำไรทุกคนครับ
Mac 
Read More>>
3

เก็บ 20 จุดให้ได้ทุกวัน กับกลยุทธ์การทำกำไร " 20 Pips Tokyo Session Breakout Trading Strategy "

9Professionaltrader วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ,
สวัสดีครับเพื่อนๆเทรดเดอร์ทุกท่าน
เพื่อนๆหลายๆคนคงมองหาระบบเทรดใหม่ๆ ที่สามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ และต้องการจะเทรดให้ได้ทุกวัน บางท่านมีระบบแล้ว แต่อยากได้ระบบใหม่ เพราะระบบเก่ามันไม่ตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน หรือ หลายๆคนที่รู้จักฟอเร็กซ์ แต่ไม่เคยทำกำไรจากตลาดฟอเร็กซ์ด้วยตัวเองเลย ฝากคนอื่นเทรดบ้าง ลงกับ Money Game บ้าง หรือฝากพอร์ตไว้กับระบบเทรดอัตโนมัติบ้าง  วันนี้ผมมีระบบเทรดที่ดีมานำเสนอเพื่อนๆทุกท่าน ซึ่งเทรดเดอร์หลายๆคนอาจจะรู้จักกันอยู่แล้ว  ระบบนี้มีชื่อว่า " 20 PIPS Tokyo Session Breakout Trading Strategy "

เหล่าบรรดาเทรดเดอร์ที่อยู่ในตลาดมานานรู้ดีอยู่แล้วว่า ช่วงเวลาไหน ตลาดมีความผันผวน ช่วงเวลาไหนไม่น่าเทรด  ซึ่งถ้าหากเราสังเกตุกราฟอยู่บ่อยๆ เราจะพบว่า ช่วงเวลาตั้งแต่ตีสี่เวลาบ้านเรา จนถึงเวลาประมาณเที่ยงวัน (04.00-12.00 ) กราฟจะไม่ค่อยวิ่งและจะมีค่าสเปรดค่อนข้างสูง จากประสบการณ์ในตลาดของผม การเทรดในช่วงเช้า ถ้าไม่มีข่าวแรงๆในช่วงเช้า เป็นการคาดการณ์ในทิศทางที่ยากมาก เพราะกราฟมันเคลื่อนที่ในช่วงแคบๆ  เพราะฉะนั้น เทรดเดอร์หลายๆคน ก็เลยไม่เทรดในช่วงเช้า

การเทรดโดยเก็บเพียง 20 PIPS ในแต่ละวันนั้นไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ยาก ที่จะยากตรงนี้ความสม่ำเสมอของตัวเทรดเดอร์เอง เพราะเทรดเดอร์ส่วนใหญ่มีความสามารถในการทำกำไรมากกว่า 20 PIPS อยู่แล้ว  แต่ไม่รู้จักพอครับ นี่คือสาเหตุหลักที่เทรดเดอร์หลายๆคนไม่ประสบความสำเร็จในตลาดฟอเร็กซ์ และการเก็งกำไร หากคุณได้ 20 PIPS แล้วเลิกเทรดในวันนั้น คุณก็จะกลายเป็น SMART TRADER ครับ ที่สามารถอยู่ในตลาดได้ยาวนาน

เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
เก็บ 20 จุดให้ได้ทุกวัน กับกลยุทธ์การทำกำไร " 20 PIPS Tokyo Session Breakout Trading Strategy "
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย


คู่เงินที่ต้องเทรด : ให้เน้นคู่ที่มี GBP และ EUR ร่วมด้วย  เช่น GBP/USD , EUR/USD , EUR/JPY  GBP/JPY

ในรูปด้านบน ผมเลือกยกตัวอย่าง Cross Currency ขึ้นมานำเสนอ เพราะว่า CROSS CURRENCY ตัวนี้มีความแรง    ผมคิดว่าเทรดเดอร์หลายๆคนรู้จักค่าเงินตัวนี้ในด้านของความโหด เพราะในแต่ละวัน คู่เงินตัวนี้วิ่งแรงมาก  RANGE การวิ่งของราคาไม่ต่ำกว่า 200 PIPS ในแต่ละวัน หากตลาดจะแบ่งมาให้เราซัก 20 PIPS มันคงจะดี เพราะฉะนั้น เราต้องจ้องและเลือกจังหวะดีๆครับ

TIME FRAME ที่ต้องใช้ : 15 นาที ,30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง
จากรูปผมยกตัวอย่างไทม์เฟรม 1 ชั่วโมง เพราะมันดูง่ายสุด

วิธีการเทรดที่ 1

  1. ให้ดูข้อมูลการเคลื่อนที่ของราคาของวันที่ผ่านมา ว่าเคลื่อนที่ขึ้นหรือลงในช่วงเวลานี้ 
  2. หากการเคลื่อนที่ของราคาในวันที่ผ่านมา เคลื่อนที่ลง ในรอเก็งกำไรในทิศทางขาลง และหากในวันที่ผ่านมา ราคาเคลื่อนที่ขึ้น ให้รอเก็งกำไรในทิศทางขาขึ้น  
  3. การเข้าออเดอร์ เราจะรอทะลุจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของแท่งที่ 6 ไปก่อน เราจะเข้าออเดอร์แบบ Market Execution ( คือเข้า ณ เวลานั้นเลย) พูดง่ายๆก็คือ หลุดทางไหน ใส่ทางนั้น 
  4. เมื่อเข้าแล้ว ให้ตั้ง Take Profits  ทันที  
วิธีการเทรดที่ 2 
  1. หา High และ LOW ในช่วงตั้งแต่หกโมงถึงเที่ยง 
  2. หาก High และ LOW มีระยะที่แคบ ในกรณีนี้ น่าเก็งกำไร แต่ถ้า High และ LOW มีระยะที่ห่างมากๆ ในกรณีแบบนี้ไม่น่าเก็งกำไร อาจจะโดนสับขาหลอก 
  3. ตั้ง  เข้าออเดอร์ไว้ทั้งสองทาง  ใช้คำสั่ง STOP    คือ ตั้งออเดอร์เข้าซื้อขายล่วงหน้าหากราคาไปแตะ  ( BUY STOP AT HIGH และ SELL STOP AT LOW ) 
  4. เมื่อออเดอร์ชนฝั่งใดฝั่งหนึ่งแล้ว ให้ตั้ง TP ทันที หรือรอปิดมือเอาก็ได้ 
แล้วจะมีคำถามตามมาอีกว่า ไม่ตั้ง STOP LOSS ? เหรอ อันนี้ตอบยากครับ ขึ้นอยู่กับความถนัดของเทรดเดอร์แต่ละคนแล้วกันนะครับ   
  1. ถ้าไม่อยากต้องมานั่งรอ ก็ตั้ง StoP LOSS ครับ 
  2. ถ้าอยากลุ้น ก็ไม่ต้องตั้งครับ แต่ต้องมีวิธีการแก้ ดูทิศทางดีๆ ถ้ามันก็แล้วไม่กลับ ก็ต้อง CUT ทิ้ง ถ้ามันเป็นการเคลียร์ออเดอร์ก่อนตลาดจะเปิด ก็ถือไว้รอก่อนครับ ( ร่วงแล้วเด้งกลับ  และ ดีดแล้วร่วง ) 
ผมหวังว่า บทความนี้คงเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆเทรดเดอร์ทุกคนนะครับ และหวังว่าจะมีซักคนนำระบบนี้ไปเขียนเป็นระบบเทรดอัตโนมัติ แล้วอย่าลืมมาแบ่งผมใช้บ้างนะ 

ขอให้กำไรกันทุกคนครับ 


ขอบคุณครับ

Mac


ประชาสัมพันธ์

THFX Banner



Read More>>
8

MACD Trading

9Professionaltrader วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554

MACD ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ได้รับความยอดนิยมมากในการเทรด เพราะเป็นเครื่องมือที่ค่อนข้างจะแม่นยำ  และตัวนี้ใช้ง่ายครับ แค่ดูที่เส้นตัดกันก็สามารถเทรดได้
MACD 12-26-9
จะประกอบด้วย เส้น Moving Average Type Exponential ที่ Period 12 และ 26
และ MACD Signal line Period 9

ถ้าจะให้ดี เราต้องใส่ Moving Average Type Exponential (EMA ) 12 และ 26 ไปด้วย เพื่อหาสัญญาณคอมเฟริม

การปรับค่าขึ้นอยู่กับความพอใจของเรานะครับ ลองเอาไปปรับค่าให้เหมาะสมกับการเทรดของเรา แล้วเครื่องมือตัวนี้จะสามารถทำกำไรให้คุณ หลักการง่ายๆครับ Crossover


ใช้ได้กับทุก Time Frame ครับ


และเรายังสามารถใช้ MACD ตัวนี้หา Wave 3 ของ Elliott wave ได้ โดยปกติแล้วคลื่น 3 จะเป็น Impulse wave ที่มีแรงกระตุ้นสูงสุด ดังนั้น MACD ของคลื่น 3 จึงเป็นตำแหน่งสูงสุด กรณีที่เป็นขาขึ้น

Elliott wave ขาขึ้น 12345



และกรณีที่เป็นขาลงจะได้ดังนี้
Elliott wave 1 2 3 4 5 ขาลง



และนอกจากนี้เรายังสามารถใช้ MACD เพื่อหาจุด Breakout ได้ โดยส่วนใหญ่เราจะดู Breakout จากราคา แต่วิธีนี้เราสามารถดูจุดเบรกเอ้าจาก MACD ได้เลย และได้สัญญาณที่เร็วกว่าด้วย
เมื่อราคาพักตัว MACD ก็จะพักตัวด้วยเหมือนกัน แต่โดยส่วนใหญ่ MACD จะพักตัวแบบสามเหลี่ยม Triangle Correction
ดังรูป



และ





ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ MACD ได้ที่ http://thaiforexschool.com/index.php?topic=355.msg2468;topicseen#msg2468 

Read More>>
3

บทที่ 1 การดูแนวโน้ม On Youtube By 9professionaltrader

9Professionaltrader วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 9professionaltrader ผมได้ลองทำสื่อการสอนผ่าน Video เพื่อให้เพื่อนๆเข้าใจหลักการวิเคราะห์ทางเทคนิคมากขึ้น และใช้เป็นแนวทางในการศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิค หวังว่าเพื่อนๆคงได้รับประโยชน์จากสื่อนี้นะครับ ซึ่งความรู้ทั้งหมดเป็นสิ่งที่ผมได้ศึกษามาและได้มาเผยแพร่ อาจจะผิดบ้าง ขออภัยไว้ ณ ที่นี่ ด้วยนะครับ
เรื่องแรก เป็นเรื่องการวิเคราะห์แนวโน้ม เสียงอาจจะสั่นๆหน่อยนะครับ เพราะมันเป็นครั้งแรก ยังตะกุกตะกักอยู่ แต่จะปรับปรุงรูปแบบการสอนให้ดีขึ้นนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ

บทที่ 1 การดูแนวโน้ม ตอนที่ 1


บทที่ 1 การวิเคราะห์แนวโน้ม ตอนที่ 2

 

บทที่ 1 การวิเคราะห์แนวโน้ม ตอนที่ 3


ดูจบแล้ว คอมเม้นกันเยอะๆนะครับ ผมจะได้แก้ไขข้อผิดพลาด ขอบคุณมากครับ...9prof
Read More>>
6

วิธีการเทรดข่าวนอนฟามในสไตล์ของ 9professionaltrader (Trading Non-Farm Payroll Style 9Professionaltrader)

9Professionaltrader วันอาทิตย์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2553
วิธีการเทรดข่าวนอนฟามในสไตล์ของ 9professionaltrader (Trading Non-Farm Payroll Style 9Professionaltrader) 
การเทรดข่าวนอนฟาม Non-Farm Payroll วิธีนี้ ที่ผมได้ใช้เป็นประจำในการเทรดข่าวนอนฟาม นอกจากข่าวนอนฟามแล้ว ก็ยังสามารถใช้กับการเทรดข่าวแดงๆแรงๆ (High Impact) ได้ทุกข่าว หลักการนี้ผมจะเรียกมันว่า Break out Entry Setting การตั้งราคาเข้าเมื่อมันทะลุ  (ชื่อนี้คิดสดๆเลยครับ) หลักการของมันคือ
-เราจะตั้งราคาไว้ล่วงหน้าที่ราคาสูงสุดและต่ำสุดของช่วงที่ผ่านมา คือจะตั้ง Buy Stop ไว้ที่ High และ Sell Stop ไว้ที่ Low
-เมื่อราคาวิ่งทะลุขึ้นด้านบนก็จะชนราคา Buy stop ที่เราได้ตั้งไว้ และเมื่อ ราคาวิ่งลงมาทะลุ Low ด้านล่างก็จะชน Sell Stop ที่เราได้ตั้งไว้
-การตั้ง Stop Loss  การตั้ง Stop Loss ของ Buy ให้ตั้งที่ ตำแหน่ง Sell Stop บวกไปอีกห้าจุด หรือหาจุด Low ที่ใกล้เคียงกับราคา Sell Stop ในช่วงนั้นๆ และการตั้ง Stop Loss ของ Sell Stop ก็ตั้งที่ตำแหน่ง Buy stop บวกไปอีก ห้าจุด หรือตั้งที่จุดใกล้เคียงกับราคา Buy Stop ในช่วงเวลานั้นๆ
-คำถาม ? อ้าวแล้วถ้ามันวิ่งชนสองฝั่ง ทำไงล่ะ
ตอบ ก็โดน Stop loss ทั้งสองฝั่งไงครับ เสียเบิ้ลเลย เสียสองทาง เพราะฉะนั้นเราควรหาตำแหน่ง Stop Loss ให้เหมาะสม
- อีกหนึ่งคำถาม มีวิธีแก้ไขมั้ย แบบนี้ ถ้าผมไม่ตั้ง Stop Loss จะได้มั้ย เผื่อมันวิ่งสองฝั่งผมจะได้กินทั้งสองฝั่งเลย
 ตอบ  ก็ได้ครับ แต่ถ้ามันวิ่งชน Stop order คุณทั้งสองฝั่ง แล้วมันตัดสินใจไปทิศทางใดทิศทางหนึ่งคุณต้องตัดอีกพอร์ตทันที ไม่งั้นมันลากคุณยาวแน่ๆ อีกวิธีก็คือ ปล่อยให้ราคาลากไป แล้วไปปิดออเดอร์ที่บวกที่แนวรับแนวต้านใหญ่ๆ จากนั้นก็รอราคาเด้งกลับ พอร์ตคุณก็จะมีกำไรละ แต่ผมแนะนำให้ตั้ง Stop Loss ดีกว่า จะได้ไม่ต้องเครียดทีหลัง ติดลบนานๆมันเครียด เกิดอาการจิตตก หลอนประสาท
ด้านล่างนี้เป็นรูปตัวอย่างการเทรดข่าวนอนฟาม (Trading non-farm news)
เป็นกราฟของวันศุกร์ที่ 3 ของเดือนกันยายน 2553 เวลา 19.30 ข่าวนอนฟามจะมีเฉพาะศุกร์แรกของทุกๆเดือน ดูรูปกันเลยครับ
การเทรดข่าวนอนฟาม
การเทรดข่าวนอนฟาม (Trading non-farm payroll) ณ วันศุกร์ที่ 3 เดือนกันยายน 2553 เวลา 19.30 น คู่เงิน GBP/USD
หากเพื่อนๆคนไหนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเทรดข่าว สามารถถามได้นะครับ ยินดีตอบให้เสมอ .. 9prof
อย่าลืม สมัครสมาชิก บัญชี google gmail เพื่อเป็นผู้ติดตาม Blog กันนะครับ ที่เมนูด้านข้าง

Read More>>
37

การใช้ Bollinger band ควบคู่ไปกับ Relative Strength Index และ Stochastic Slow ในตลาดฟอเร็กซ์

การใช้ Bollinger band ควบคู่ไปกับ Relative Strength Index และ Stochastic Slow ในตลาดฟอเร็กซ์
บทความนี้ได้มีเพื่อนผมคนนึงครับบอกชื่อเลยละกัน kt2008(user ในมาเก็ตติว่านะครับ) บอกให้ผมช่วยหา Indicators ที่ใช้ควบคู่กับ Bollinger Band หน่อย ซึ่งตอนนั้นผมก็ตอบเพื่อนคนนี้อย่างรวดเร็วไปว่า "เออ ใช้กับ Stochastic Slow ว่ะ"ซึ่งผมยังไม่ได้บอกมันเลยครับ ว่าผมไม่ได้บอกทั้งหมดว่าใช้กับ RSI ได้ด้วย  แต่ว่าใช้ได้เหมือนกัน เพียงแต่ Stochastic บอกสัญญาณที่เร็วกว่า Relativa Strength Index (Rsi)  Oscillators ที่บอกสัญญาณได้เร็วอันดับแรกก็คือ Commodity Channel Index (CCI) และรองลงมาก็คือ Stochatic  สองตัวนี้จะเหมาะสมกับกราฟพักตัว หรือที่เรียกว่ากราฟไซเวย์(Sideway) นั่นเอง เพราะฉะนั้น อย่าได้ใช้อินดิเคเตอร์สองตัวนี้ในการเล่นกราฟที่มีแนวโน้มไปทางเดียวเด็ดขาด เพราะคุณอาจจะถูกหลอกว่ามัน Over Bought (OB= ภาวะตลาดมีแรงซื้อเยอะเกิน )ในช่วงขาขึ้น และภาวะตลาดที่มีแรงขายเยอะเกิน (Over Sold) ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นักลงทุนตกใจ อย่าพยายามคิดว่า มันสุดแล้วหน่า Sell ดีกว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้าครับ   เพราะฉะนั้นคุณควรจะศึกษา Elliott wave หรือหาจัดกลับตัวจากการใช้ Fibonacci กันด้วยครับ ทั้งสองสิ่งนี้มันจะทำให้เรารู้ว่ากราฟจะพักตัวตรงไหน จะกลับตัวตรงไหน สามารถพยากรณ์ช่วยเราได้
InstaForex
เปิดบัญชี โบรกเกอร์ Instaforex Rebate 50%



สำหรับบทความนี้นะครับ จะเป็นเรื่อง การใช้  Bollinger Band ผมจะอธิบายตามหลักที่ผมเข้าใจนะครับ
Bollinger Band คือเส้นที่อยู่เหนือราคา และอยู่ตำกว่าราคา สองเส้นนี้จะเป็นกรอบที่ห้อมล้อมราคาไว้ และสามารถบอกเราให้รู้ว่า ราคาควรจะอยู่ในช่วงไหน ซึ่งนี้แหระครับ คือความมหัศจรรย์ของมัน หลายคนอาจจะมีมองข้ามสิ่งที่ง่ายๆไป สิ่งที่สามารถทำกำไรได้ โดยที่ไม่รู้ว่า พื้นฐานนี่แหระครับ เป็นสิ่งที่ดี (Basis(c) is the best ) โบลินเจอร์แบนจะประกอบด้วยทั้งหมด 3 เส้น ในกรณีที่อยู๋ในกราฟ MT4 นะครับ แต่ถ้าอยู่ใน Marketiva จะมีสองเส้น (ให้เพิ่มเส้น MA 20 เข้าไปเพื่อให้มีสามเส้นเหมือนกับ mt4 )
Bollinger band ประกอบด้วย 1. Upper Line เส้นบนสุด  2.Middle Band เส้นกลาง 3. Lower Line เส้นล่างสุด  เส้นกลาง Middle Line ผมจะเรียกมันว่า เส้น Pivot จะใช้เป็นจุดกึ่งกลางของช่วงที่ราคาเคลื่อนที่ โดยกฎทั่วไปของ Bollinger band  ผมจะพิจารณาเป็นสองช่วงนะครับ ช่วงแรกคือกราฟวิ่งทางเดียว หรือที่เรียกว่า กราฟมีแนวโน้มที่ชัดเจน และช่วงที่สองคือ ช่วงกราฟวิ่งขึ้นวิ่งลงเป็น Flat(ขนานในแนวระนาบ) หรือที่เรียกว่ากราฟ Sideway (เหมาะมากกับการใช้โบลินเจอร์แบน)
เรามาดูแบบแรกกันก่อนนะครับ
สภาวะขาขึ้น Bullish 
-ช่วงที่มีแนวโน้มชัดเจน ถ้าเป็นขาขึ้น (Bullish) กราฟจะเกาะเส้นบน (Upper Line ) ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีการพักตัว
-เมื่อกราฟพักตัวแล้วราคามีการปรับตัวลงมา แต่ราคาไม่สามารถทะลุเส้น Middle Band ไปได้ นั่นหมายความว่า ราคายังจะคงขึ้นต่อไปจนกว่าจะไปชนเส้นบน Upper line อีกครั้ง
-แล้วจุดกลับตัวดูยังไง
   จุดกลับตัวก็ดูจากราคาปิดของแท่งเทียน ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนปิดต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของแท่งมันเอง นั่นหมายความว่า แนวโน้มของกราฟกำลังจะกลับตัวลงมาที่เส้น Middle Line อีกครั้ง
-แล้วเราจะใช้กับ Time frame ไหน จึงจะเหมาะสมที่สุด
Time Frame หรือ ช่วงเวลาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าเล่นสั้น(Short term Trading) หรือเส้นยาว(Long Term Trading) ถ้าเล่นสั้นๆ ก็ใช้ Tf 5 15 นาที แต่ถ้าเล่นยาวๆ ก็ควรจะใช้ มากกว่า 1 H แต่โดยส่วนตัวผมแล้ว ผมใช้กับกราฟ 30 นาที ถือว่าเหมาะสมกับผมที่สุด
ต่อไปเรามาดูสภาวะที่เป็นขาลง Bearish กันบ้างครับ
สภาวะขาลงก็ตรงกันข้ามกับขาขึ้น แต่สภาวะขาลงจะเล่นสนุกกว่าขาขึ้น เพราะลงมากกว่าขึ้น และใช้เวลาน้อยกว่า เทรดเดอร์บางคนรอเล่นเฉพาะขาลง เพราะมันได้กำไรเร็ว
-ถ้าราคาเกาะเส้นล่าง Lower line ไปเรื่อย แสดงแนวโน้มของขาลงยังคงไปต่อ และยังไม่จบอย่างง่ายๆ โดยเฉพาะถ้าแท่งเทียนปิดต่ำกว่าครึ่งของแท่งมันเอง เป็นสัญญาณบอกได้ชัดเจนว่าลงต่อ อย่างแน่นอน
-เมื่อราคามีการพักตัวราคาจะดีดกลับมาที่เส้น Middle Line แต่โดยส่วนมาก ราคามักจะไม่ผ่านเส้นกึ่งกลางนี้
-เมื่อราคาเกิดการพักตัวจะ Side way ไปหาเส้น Middle Line แล้วเมื่อไปชนเส้นนี้ แล้วมีแท่งเทียนขาลงเกิดขึ้น แสดงว่าแนวโน้มยังคงลงต่อไปและไปหาเส้นล่าง(Lower Line ) เสมอ

-แล้วจุดกลับตัวล่ะ ดูยังไง
จุดกลับตัวก็ดูตรงข้ามกับกราฟขาขึ้น จุดกลับตัวของกราฟขาลง ถ้าราคาทะลุเส้นโบลินเจอร์แบนลงไปแล้ว เด้งกลับขึ้นมาแล้วลักษณะของแท่งเทียนแสดงเป็นลักษณะ โดจิ ค้อน หรือดูราคาปิดก็ได้ ถ้าราคาปิด ปิดสูงกว่ากึงกลางของแท่ง ก็แสดงว่า เริ่มจะกลับตัว

ช่วงที่สอง กราฟวิ่งขึ้นวิ่งลง หรือเรียกกันว่ากราฟไซด์เวย์ นั่นเอง
กราฟไซเวย์ดูง่ายครับ ถ้าใช้ Bollinger Band ลักษณะของโบลินเจอร์จะเป็นช่องขนานไปกับแนวระนาน โดยที่
- เส้นบนจะกลายเป็นแนวต้านทันที นั่นหมายความว่า ถ้าราคาขึ้นไปแล้วไม่ผ่าน มันก็จะวิ่งลงมาหาเส้นล่าง แล้วถ้าไม่ผ่านเส้นล่าง ก็ขึ้นไปหาเส้นบน จะเป็นแบบนี้ตลอด
-แล้วมันจะแบบนี้ตลอดเลยเหรอ
มันจะเป็นแบบนี้เฉพาะช่วงไซย์เวย์หนักๆเท่านั้น โดยส่วนมาก จะไม่เกิน 3 Top 3 Bottom ถ้าเกินคือกราฟเริ่มสะสมแรงเพื่อไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
- แล้วมีจุดสังเกตมั้ยว่ากราฟกำลังสะสมกำลังจะพุ่ง
   ดูง่ายๆเลยครับ ถ้าโบลินเจอร์แบนลู่เข้าหากัน หมายความว่า เป็นลักษณะคอคอด หรือขอขวดนัั่นแหระ ให้้เตรียมพร้อมไว้เลย ว่ากราฟจะกำลังจะไปในทิศทางใด ทิศทางหนึ่ง
วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ ผมให้การบ้านกับคนที่อ่านทุกคน จินตนาการตามที่ได้อ่าน แล้วลองดูกราฟ ตอนนี้ผมยังไม่ทำรูปให้ดู แล้วมาดูกันว่า รูปตามจินตนาการของคุณกับของ 9prof จะเหมือนกันมั้ยครับ ฝากไว้เป็นการบ้านนะครับ

มาดูกันต่อนะครับ ว่า  Bollinger band มีวิธีใช้อย่างไร
1.Up Trend ชนขอบบนแล้วทะลุ และราคาเกาะเส้น Upper Line ไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า UpTrend Strong แนวโน้มขาขึ้นยังคงไปได้เรื่อยๆ
ดูรูปตัวอย่างด้านล่างครับ


2.DownTrend ชนขอบล่างแล้วทะลุขอบล่างลงมา เมื่อราคาเกาะขอบล่างลงมา ราคาจะไปต่อได้เรื่อยๆ วิธีสังเกตคือ ถ้าราคาปิดของแท่งเทียนปิดใกล้กับเส้นขอบล่าง นั่นหมายความว่า แนวโน้มลงยังคงดำเนินต่อไป และแนวโน้มขาลงมักจะเคลื่อนที่แบบต่อเนื่อง และรวดเร็วกว่าแนวโน้มขาขึ้นมากๆ
ดูตัวอย่าง แนวโน้มขาลงจาก Bollinger band กันเลยครับ



3.Sideway  เมื่อราคาไซด์เวย์ โบลินเจอร์แบนจะเคลื่อนตัวขนานราบ (Flat) หลักการเทรดด้วย Flat แบบนี้ก็คือ เมื่อราคาชนขอบบนแล้วมีแท่งเทียนกลับตัว ให้เปิดออเดอร์ Sell ทันที และเมื่อราคาชนขอบล่างแล้วมีแท่งเทียนกลับตัวขึ้นไป ให้เปิดออเดอร์ Buy ทันทีครับ ดังรูปตัวอย่างด้านล่าง

ด้านบนเป็นตัวอย่างการเข้าซื้อ ขายโดยใช้ Bollinger Band นะครับ จากรูปดูเหมือนง่ายนะครับ เพราะว่ามันเป็นกราฟย้อนหลัง การดูสัญญาณเพียวๆจากโบลินเจอร์แบนตัวเดียวค่อนข้างจะยากนิดนึงครับ เราต้องอาศัยดูแท่งเทียนตอนกลับตัวด้วย แต่อินดี้ตัวนี้จะเหมาะกับพวกชาวสวนมากกว่า เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องหาอินดิเคเตอร์อีกตัวเพื่อเป็นตัวกรองสัญญาณอีกทีครับ เพื่อใช้ร่วมกับ Bollinger band

Indicator ตัวแรกที่ใช้กับ Bolinger band คือ Relative Strength Index (RSI) ; RSI เป็นตัวชี้วัดที่บอก Overbought ( Above 70 ) และ OverSold (Below 30)  และ Pivot (50 level)

1. RSI อยู่เหนือ Level 70 ; แบบนี้บ่งบอกว่าราคาได้ขึ้นมากแล้ว และกำลังจะกลับตัว ดูกราฟเลยครับ

2.Rsi อยู่ต่ำกว่า Level 30 ; ถ้า Rsi บ่งบอกแบบนี้หมายความว่า ราคาได้ลงมามากแล้ว และพร้อมที่จะกลับตัวขึ้นไปอีกครั้ง ดูภาพด้านล่างประกอบเลยครับ


จากรูปเห็นมั้ยครับ Rsi เกิด Oversold แล้วขณะที่ราคาแท่งเทียนทะลุขอบล่างแล้วกลับตัวขึ้นไปอีก แบบนี้ให้เราสังเกตไว้เลยครับ ว่าถ้า Rsi เกิด Oversold แล้วมีแท่งเทียนกลับตัว ให้เราเตรียมตัวเปิดออเดอร์ Buy ได้เลยครับ แล้วตั้ง Stop Loss ไว้ที่ Low ของแท่งเทียนก่อนหน้านั้น

3. RSI ที่ Level 50 (Pivot) โดยส่วนมากนะครับ Level 50 นี้ จะมีสำคัญมาก เทรดเดอร์บางท่านใช้ Level 50 นี้แหระครับ ในการตัดสินใจเทรด ถ้าทะลุ Level 50 ขึ้นไปก็ Buy ตาม แต่ถ้า Rsi ทะลุ Level 50 ลงมา ก็ Sell ตาม ดังรูปด้านล่างครับ

การใช้ Bollinger Band ควบคู่กับ RSI ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำกำไรได้ง่าย แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรานะครับ บางครั้งผมเห็นสัญญาณกลับตัว ก็ยังไม่กล้าเข้าเลย ก็เพราะความกลัวนี่แหระครับ ทำให้พลาดโอกาสหลายๆครั้ง เพราะฉะนั้นเทรดเดอร์ควรจะชนะความกลัวของตัวเองก่อนนะครับ จึงจะประสบความสำเร็จจากการเทรด โชคดีครับ 9prof


Read More>>
10

การเทรดข่าวนอนฟาม (Trading Non-Farm Payroll)

9Professionaltrader วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553 ,

การเทรดข่าวนอนฟาม (Trading Non-Farm Payroll)



สวัสดีครับเพื่อนชาวบล๊อกเกอร์ 9professionaltrader ทุกคน วันนี้ผมขอนำเสนอวิธีการเทรดข่าวนอนฟาม(Non-Farm-Payroll)
การเทรดข่าวนอนฟาม( Trading Non-Farm Payroll)

Trading Nonf-Farm payroll
ดาวโหลด E-book traing non-farm payroll เพื่อไว้ใช้งาน
การเทรดข่าวได้กลายเป็นที่นิยมมากในหมู่ฟอเร็กเทรดเดอร์อย่างเราๆทั้งหลาย ด้วยเหตผลที่ง่าย ตามที่ข่าวได้ออกจากรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา ค่าเงินหลายตัวเกิดการสวิงอย่างรุนแรงในช่วงนาที(หรือบางครั้งอาจจะเป็นวินาทีเลยก็ได้) ซึ่งสิ่งนี้แหระ ได้เป็นสิ่งยั่วยวนใจมากให้กับเทรดเดอร์ทั้งหลาย เพราะมันสามารถได้กำไรเร็วในช่วงเวลาที่สั้น ๆ

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความรู้จักกับนอนฟามกันก่อนนะครับ
ราชาของตัวเลขเศรษกิจทั้งหลายถูกเรียกว่า Non-Farm payroll ซึ่งมันจะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเดือนละหนึ่งครั้ง จะเกิดขึ้นในวันศุกร์ สัปดาห์แรกของเดือน ข่าวนอนฟาม Non-Farm payroll นี้จะรายงานตัวเลขการจ้างงานทั้งหมดของคนงานสหรัฐในธุรกิจต่างๆ

ข่าวนอนฟาม NFP ( Non-Farm payroll ) นี้จะส่งผลกับจียู (GBP/USD) มากที่สุด ตัวเลขของข่าวนอนฟามจะออกเวลา 8.30ET (19.30 เวลาบ้านเรา) ในช่วงก่อนเวลา 19.30 ราคาจะสวิงขึ้นลง เกิด gap(ช่องว่าง) ขึ้นลงหาทิศทางไม่ได้ ซึ่งเราไม่รู้ราคามันจะไปทางไหน สิ่งที่เราควรทำก็คือ รอ อย่าพึ่งเข้าออเดอร์ใดๆ

ขั้นตอนแรก : ให้รอแท่งแรก ของแท่ง 5 นาที หลังจากเวลา 8.35 ( เราจะใช้ Bar chart นะครับ ) ซึ่งเราจะเรียกแท่งหลังจาก 8.35 นี้ว่า Inside Bar ซึ่ง High และ Low ของ Inside Bar แท่งนี้ต้องไม่สูงกว่าและต่ำกว่า แท่งก่อนหน้านี้

Non-Farm payroll

เรามาดูวิธีการเทรดทั้งสองแบบกันนะครับ ทั้ง Short และ Long จาก Trading Non-Farm payroll
วิธีแรก การเข้า Long

-จากกราฟด้านบนจะเห็นว่า เมื่อข่าว non-farm payroll ออกมาแล้ว เราจะเห็นกราฟแท่งแรกสวิงแรงมาก ขึ้นลง โดยไม่มีทิศทาง สิ่งที่เราควรจะทำคืออยู่นิ่ง แล้วรอ Inside Bar แท่งที่สองต่อจากแท่งนอนฟาม
-แท่งที่สองนี้ เราจะใช้หา ราคาเข้าและกำหนดจุด Stop loss
-แท่งที่สาม เราจะใช้ในการเข้า จากรูปด้านบน เราจะเข้า Buy (Long) ที่ราคาสูงสุด(+2 ถึง 5จุด )ของแท่งที่สอง แล้วตั้ง Stop Loss ที่ราคาต่ำสุดของแท่งที่สอง

วิธีที่สอง การเข้า Short (Sell)



จากกราฟด้านบน เมื่อราคาสามารถทะลุ Low ของ Inside Bar ได้ เราจะเข้า Short (Sell) ทันที และตั้ง Stop Loss ไว้ที่ High ของ แท่ง Inside Bar

วิธีการเทรดข่าวนอนฟาม (Trading Non-Farm payroll ) นี้ เราไม่จำเป็นต้องรอเฉพาะข่าวนอนฟามเพียงอย่างเดียว เราสามารถประยุกต์วิธีการนี้ใช้กับข่าวอื่นๆได้ หรือแม้แต่ เทรดโดยไม่ต้องมีข่าวในบางครั้ง กราฟในบางครั้งก็ขึ้นลงโดยที่เราไม่รู้ว่ามีข่าวอะไร ก็ให้สังเกต Inside Bar ที่เกิดขึ้น แล้วเราก็กำหนดจุดเข้าออกจาก Inside Bar นี้ เราก็สามารถมีกำไรจากวิธีการเทรดแบบนี้ได้ครับ
วิธีนี้ในความเห็นส่วนตัวของผม ก็เหมือนกับการเทรดแบบ Break out ซึ่งผมจะเขียนวิธีนี้ในโอกาสหน้าครับ ติดตามได้ที่ 9professionaltraer ครับ
ตัวอย่างและวิธีการเทรดแบบนอนฟามนี้ผมจะอัพขึ้น Blog เรื่อยๆนะครับ

วิธีการเทรดข่าวนอนฟามในสไตล์ของ 9professionaltrader (Trading Non-Farm Payroll Style 9Professionaltrader)
Read More>>
7

123 Sell Signal

9Professionaltrader วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2553
123 Sell Signal
123 Sell Signal เป็นวิธีการเทรดที่ใช้ใน ตลาด Forex กันมากเพราะว่า ราคาขาลงมักจะแรงกว่าราคาขาขึ้น การเคลื่อนไหวของราคาขาลงส่วนใหญ่จะแรงกว่า ซึ่งสังเกตุง่ายๆก็จากทฤษฎีของ Elliott Wave คลื่นขาขึ้นมา 5 คลื่น แต่ขาลงมีแค่ 3 คลื่นแต่ราคาสามารถลงมาปิดคลื่นที่ 1 คลื่นขาลงได้
เทรดเดอร์โดยส่วนมากจะอาศัยเทรดเฉพาะทางเดียวเท่านั้น ซึ่งผมก็เหมือนกัน ในบางจังหวะก็รอที่จะ Sell มันอย่างเดียว เพราะมันสามารถสร้างกำไรได้อย่างรวดเร็ว ในบางครั้ง 5 นาทีก็สามารถเก็บได้ 100 กว่าจุด
123 Sell Signal เป็นวิธีการเทรดง่ายๆ เพียงแค่เราหา จุดที่ 1 จุดที่ 2 จุดที่ 3 ในเจอ เพียงเท่านี้เราก็สามารถเทรดได้แล้วครับ
1 2 3 Sell





จะเห็นว่ากราฟขาลงจะเคลื่อนตัวเร็วมาก ทำให้เราสามารถสร้างกำไรจาก 123 System ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งแตกต่างจาก 123 Buy ซึ่งจะช้ามาก กว่าราคาจะขึ้นใช้เวลานานกว่า 123 Sell Signal
Read More>>
0

123 Tradings System

123 Trading system

123 Trading system คือการหาสัญญาณ Buy และหาสัญญาณ Sell จากการนับคลื่นเป็น คลื่นที่ 1 คลื่นที่ 2 และคลื่นที่ 3
123 Tradings System จะประกอบด้วย
1. 123 Buy
2.123 Sell

เรามาดู 123 Buy กันก่อนนะครับ
หลักการของ 123 Buy ก็คือ จุดที่ 1 ต้องเป็นจุดที่ต่ำที่สุด จากนั้นราคาจะขึ้นมาทำจุดที่ 2 และลงไปปรับฐานที่จุดที่ 3 ดังรูปด้านล่างครับ

จากรูปด้านบนจะเห็นว่า จุดที่ 1 คือจุดทีต่ำที่สุด และราคาได้ขึ้นมาที่จุดที่สอง และลงมาปรับฐานที่ จุดที่สาม ซึ่งมีข้อสังเกตอยู่ว่า จุดที่3ต้องลงไปแล้วต้องไม่ต่ำกว่าจุดที่ 1 ตำแหน่งของจุดที่ 3 ต้องปรับฐานไม่เกิน 2/3 ของระยะจากจุดที่ 1 ถึงจุดที่ 2 เราอาจจะใช้ Fibonacci Retracement ในการหาราคาปรับฐานของจุดที่ 3 ได้ดังรูป ครับ

จากรูปเราจะเห็นว่า ราคาไม่สามารถผ่าน Fibonacci 38.2 % ข้อสังเกตอีกหนึ่งข้อคือ ราคาปรับฐานของจะต้องอยู่ในช่วง 38.2-61.8% ถ้าลงต่ำกว่า 38.2 % ราคาจะลงไปทดสอบ Low อีกครั้ง
Take Profits การหาเป้าหมาย เราสามารถวัดหาเป้าหมายโดยการใช้ Fibonacci โดยเป้าหมายจะอยู่ที่ 138.2 -423.6 % ขึ้นอยู่กับสภาพของตลาด ดูรูปด้านล่างเลยครับ
การตั้ง stop loss ,sl เมื่อเราเข้า Buy ที่ตำแหน่งที่ 3 แล้ว ถ้าเกิดความผิดพลาดราคาไม่ขึ้นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ ตำแหน่งที่เราควรจะตัดทิ้ง Cut Loss ก็คือ ที่ตำแหน่งที่ 1 หรือต่ำกว่าตำแหน่งที่ 1 ประมาณ 10 จุด เพราะบางครั้ง ราคาอาจจะลงไปทำ Double bottom แล้วเกิดการกลับตัวขึ้นมา

ตัวอย่างสัญญาณ 123 Buy


Read More>>
1

วีดีโอการหาจุดกลับตัวของแนวโน้มโดยใช้กราฟแท่งเทียน

9Professionaltrader วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วีดีโอนี้จะสอนเกี่ยวกับการหาจุดกลับตัวโดยใช้กราฟแท่งเทียน อธิบายเกี่ยวกับรูปแบบแท่งเทียน เราสามารถนำมาประยุกต์กับตลาด Forex ได้

Read More>>
2

การลากเส้น Trendline

9Professionaltrader วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553
พอดีมีน้องใน Box chat ถามถึงวิธีการหาแนวรับแนวต้าน โดยการลากเทรนไลน์ ผมก็เลยมาเขียนบทความนี้ อธิบายถึงการลากเทรนไลน์ เพื่อหาแนวรับแนวต้านนะครับ
ก่อนอื่นเลยไปที่ Insert แล้วเลือก Line เลือก Trendline พอเลือกแล้ว เม้าท์ของเราจะมี เทรนไลน์ติดมาด้วย
จากนั้น ให้เอาไปจิ้ม ที่ยอดก่อนหน้านั้น เทียบกับยอดปัจจุบัน ดูตามรูปเลยนะครับ
รูปนี้เป็น GBP/JPY 1H เป็นการหาแนวต้าน Resistance Trendline


การหาแนวรับก็ลากเทรนไลน์ จากจุดต่ำสุดก่อนหน้านั้น เทียบกันสองคลื่น แล้วจะได้แนวรับปัจจุบัน ดังรูปครับ


ต่อไปจะเป็นการหา แนวรับ และแนวต้านจาก Horizontal line คลิกที่ Insert เลือก Line แล้วเลือก Horizontal line จากนั้นก็เอามา จิ่้มที่ ยอดของราคา และ ก้นเหวของราคา ดังรูปเลยครับ

ถ้าราคาไม่สามารถผ่านแนวรับและแนวต้านได้ เราก็รอสัญญาณกลับตัวจากแท่งเทียนนะครับ ต้องรอมันทดสอบแนวรับแนวต้านนั้นๆก่อนนะครับ โดยการเปิดที่ช่วงเวลาเล็กๆ ลงมา ถ้าทดสอบแนวรับแนวต้านนั้นสองถึงสามรอบแล้วไม่ผ่าน เราก็เปิดออเดอร์ กันเลยครับ
ผิดพลาดประการใดขออภัยนะครับ
ขอบคุณมากครับ
9prof
Read More>>
3

การใช้ Trend Line

9Professionaltrader วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
Trendline เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้บอกแนวโน้ม(Trend) การกลับตัวของกราฟ(Reversal Chart) แนวรับแนวต้าน (Support and Resistance Trendline) เทรนไลน์เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เทรดเดอร์บางคนใช้แค่เทรนไลน์เพียงอย่างเดียวก็สามารถทำกำไรจากตลาดได้
เรามาดูวิธีใช้กันเลยดีกว่าครับ
1.ไปที่ Insert >>> Line แล้วเลือก Trendline ขึ้นมา
2.จากนั้นนำเทรนไลน์มาลากบนกราฟ โดยลากจากจุดแรกไปยังจุดสอง โดยกดเม้าท์ค้างไว้ ลองดูนะครับ


Uptrend คือราคาขึ้นไปเรื่อยๆ และไม่สามารถลงมาทะลุเส้นเทรนไลน์ที่ขีดไว้ได้
Down Trend คือราคาลดลงมาเรื่อยๆ และไม่สามาถกลับขึ้นไปทะลุเส้นเทรนไลน์ที่ขีดไว้ได้
Sideway Trend คือ ราคาเคลื่อนที่อยู่ในช่วงแคบๆ สวิงขึ้นลง ไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจน (ไม่ควรเทรด)

วิธีการเก็งกำไรโดยใช้เทรนไลน์เพียงอย่างเดียว
1. Buy เมื่อราคาทะลุเส้น DownTrend Line ขึ้นไป และราคาต้องสร้าง แนวโน้มขาขึ้นก่อนหนึ่งช่วง คือ Low ใหม่ ต้องสูงกว่า Low เก่า ดังรูปด้านล่าง
เมื่อราคาลงมาที่ X แล้วขึ้นไปที่ A เพื่อสร้างแนวโน้มขาขึ้น แต่ไม่สามารถผ่าน DownTrend Line ราคาลงมาอีกครั้งที่ตำแหน่ง B แต่ทำราคาต่ำ สูงกว่าจุด X จากนั้นราคาดีดตัวขึ้นไปในครั้งนี้ ราคาทำ High สูงกว่ายอด A ซึ่งจะบอกเราว่า เทรนกำลังจะเปลี่ยน เพราะราคาสามารถทะลุเส้นแนวโน้มขาลง (DownTrend Line ) ด้วย จากนั้นให้เรา ลากเส้น UpTrendline ลากจากจุด X มาเทียบกับจุด B ถ้าราคาปรับตัวลงมาจากจุด C แล้วลงมาหา จุด D แล้วไม่สามารถผ่านเส้น Uptrend Line เส้นแนวโน้มขาขึ้นได้ ให้เปิด Buy ได้เลยครับ

2.Sell เมื่อราคาทะลุเส้น UpTrend Line ลงมา และราคาต้องสร้างแนวโน้มขาลงก่อนหนึ่งช่วง คือ High ใหม่ ต้องต่ำกว่า High เก่า ดังรุป ครับ


จากรูปด้านบนเราจะเข้า Sell เมื่อราคาทำ XABCD เสร็จสมบูรณ์ครับ Sell ที่ตำแหน่ง D
ผมหวังว่าวิธี้นี้คงทำกำไรให้กับทุกคนนะครับ
ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะครับ ติชมกันได้ ข้อเสีย ข้อด้อย ของระบบนี้ ติชมกันได้ครับ
ขอบคุณมากครับ
Read More>>
0

กฏ 24 ข้อ เพื่อทำกำไรในตลาด

9Professionaltrader วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
กฏ 24 ข้อ เพื่อทำกำไรในตลาด

นักค้าต้องมีกฏเกณฑ์ในการปฏิบัติที่ แน่นอนและต้องมีวินัยอย่างเคร่งครัด กฏเกณฑ์ที่จะกล่าวต่อไปนี้ ได้รวบรวมจากประสบการณ์ 45 ปี ในตลาดหุ้นของ นายวิลเลี่ยม ดี แก้น ซึ่งเป็นที่เชื่อว่า หากใครสามารถปฏิบัติตามได้ก็จะประสบความสำเร็จในตลาดหุ้น

1. จำนวนเงินลงทุน ต้องพอดีและจงแบ่งเงินลงทุนเป็นสิบส่วน เท่าๆกัน ในการซื้อขายแต่ละครั้ง อย่าลงทุนซื้อหรือขาย เกินหนึ่งในสิบของเงินลงทุน
2. ใช้คำสั่ง STOP ORDER ควรป้องกันการลงทุนโดยการตั้ง STOP ORDER 3-5 ช่วงต่ำกว่าราคาที่ซื้อ หรือ สูงกว่าราคาที่ขาย
3. อย่าซื้อหรือขายเกินตัว เพราะจะเป็นการฝ่าฝืนกฎเกี่ยวกับจำนวนเงินลงทุนในข้อ 1
4. อย่าปล่อยให้กำไรกลายเป็นขาดทุน หลังจากที่ท่านมีกำไร 3 ช่วงหรือมากกว่านั้น จงยกระดับ STOP ORDER ให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันมิให้ขาดทุน
5. อย่าเริ่มก่อนแนวโน้ม ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ:ตามแผนภูมิของท่าน
6. เมื่อสงสัย ให้ออกจากตลาดและอย่าเข้าตลาดถ้ายังสงสัย
7. ซื้อขายเฉพาะหุ้นที่มีการซื้อขายมาก อย่ายุ่งกับหุ้นที่มีการเคลื่อนไหวช้าหรือแน่นิ่ง
8. จงกระจายความเสี่ยง ซื้อขายหุ้นอย่างน้อย 4 ถึง 5 บริษัท ถ้าเป็นไปได้อย่างลงทุนจนหมดตัวในหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง
9. จงอย่าใช้ราคาเฉพาะ ทั้งการซื้อและการขาย จงใช้ราคาตลาด
10. อย่าขายหุ้นทิ้งโดยไม่มีเหตุผลที่ดี จงใช้ STOP ORDER เพื่อป้องกันกำไรหดหาย
11. จงสะสมกำไร หลังจากที่ท่านประสบความสำเร็จและมีกำไรติดต่อกันหลายๆ ครั้ง จงสำรองกำไรส่วนนี้ไว้ต่างหากเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินหรือตอนที่มีการตื่น ตระหนก
12. อย่าซื้อ เพียงแต่เพื่อจะเอาเงินปันผล
13. อย่าเฉลี่ยการขาดทุน เพราะนี่เป็นความผิดที่เลวร้ายที่สุดที่นักค้าหุ้นไม่ควรทำ
14. อย่าออกจากตลาด เพียงเพราะว่าท่านหมดความอดทนหรือเข้าตลาด เพียงเพราะว่าท่านไม่อยากรอ
15. จงหลีกเลี่ยง การขายเพื่อเอากำไรแต่น้อยและอย่าปล่อยให้ขาดทุนมาก
16. จงอย่ายกเลิกคำสั่ง STOP ORDER ที่ท่านสั่งตอนที่ท่านซื้อขายหุ้นนั้น
17. จงหลีกเลี่ยง การเข้าและออกจากตลาดบ่อยเกินไป
18. จงพร้อมที่จะขาย เช่นเดียวกับซื้อและยึดวัตถุประสงค์ในการทำกำไรให้แน่วแน่
19. จงอย่าซื้อ เพียงเพราะราคาต่ำและอย่าขายเพียงเพราะคิดว่าราคาสูง
20. จงระวังการพีระมิดในจังหวะที่ผิด จงรอจนกระทั่งเริ่มมีการซื้อขายมากและระดับราคาได้วิ่งขึ้นผ่านระดับต้านทาน ก่อนที่จะซื้อเพิ่ม และรอจนกระทั่งราคาได้วิ่งตกต่ำกว่าระดับจำหน่ายจ่ายแจกก่อนที่จะซื้อเพิ่ม ขึ้น
21. เมื่อซื้อ จงสะสมหุ้นในบริษัทที่มีจำนวนทุนจดทะเบียนน้อย และ ถ้ายืมหุ้นคนอื่นมาขาย จงยืมหุ้นในบริษัทที่มีจำนวนหุ้นจดทะเบียนมาก
22. อย่าป้องกันการขาดทุน ในหุ้นที่ซื้อมาโดยการยืมหุ้นจากคนอื่นมาขายไปก่อน จงขายหุ้นที่ซื้อมาไปในราคาตลาดและยอมรับการขาดทุนเพื่อคอยโอกาสครั้งต่อไป
23. อย่าเปลี่ยนสถานภาพการลงทุน (POSITION) ในตลาดโดยไม่มีเหตุผลที่ดี เมื่อท่านตัดสินใจซื้อหรือขายหุ้นแล้ว จงให้โอกาสตัวเองตามเหตุผลที่ดีบางประการหรือตามแผนที่กำหนดไว้ อย่าขายหรือซื้อจนกว่าจะมีสัญญาณบอกว่าแนวโน้มได้เปลี่ยนทิศทาง
24. จงหลีกเลี่ยงการเพิ่มพอร์ท หลังจากที่ประสบความสำเร็จและมีกำไรมาเป็นเวลานาน


เมื่อ ท่านตัดสินใจที่จะซื้อขายหุ้น ท่านต้องแน่ใจว่าท่านไม่ได้ฝ่าฝืนกฏข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น ซึ่งเป็นกฏที่จำเป็นต่อความสำเร็จของท่าน หากท่านขายหุ้นไปโดยมีการขาดทุน จงทบทวนกฏข้างต้นใหม่และพิจารณาดูว่าท่านได้ทำผิดกฏข้อใด แล้วอย่าทำผิดเป็นครั้งที่ 2 ประสบการณ์และการพิจารณาอย่างรอบคอบจะทำให้ท่านเชื่อคุณค่าของกฏเหล่านี้ การสังเกตและการศึกษาจะนำท่านสู่วิธีการที่ถูกต้องเพื่อ ความสำเร็จและกำไรในตลาดหุ้น
ขอขอบคุณที่มา : http://www.kenstock.net
Read More>>
8

การ เทรดโดยการใช้ แนวรับ-แนวต้าน(Trading by using Support and Resistance)

9Professionaltrader วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
 การเทรดโดยใช้ แนวรับ แนวต้าน (Support and Resistance Forex Trading Forex)
การเทรดโดยใช้แนวรับและแนวต้านนี้ทำได้หลายวิธี ซึ่งผมจะค่อยๆ เขียนลงให้ Blog ให้นะครับซึ่งวันนี้ผมจะเขียนวิธีที่ใช้กันทั่วไปก่อนก็คือ
1 . การเทรดโดยใช้จุดสูงสุดและต่ำสุดในอดีต
วิธี การนี้เราจะใช้จุดสูงสุดและจุดต่ำสุดในอดีต โดยปกติแล้วจุุดสูงสุดและต่ำสุดนี้จะมีความสำคัญมากเพราะว่าราคาจะกลับ มาทดสอบจุดพวกนี้อีกครั้ง ถ้าผ่านก็ไปต่อ ถ้าไม่ผ่านก็กลับตัว เราจึงใช้จุดพวกนี้ในการเข้าเทรดได้
ดูตัวอย่างจากรูปด้านล่างกันเลยนะ ครับ(ท่านสามารถคลิกที่รูปด้านล่างเพื่อขยายได้ครับ)
จากรูป เป็นกราฟของค่าเงินปอนด์เทียบดอลล่านะครับ ( GBP/USD) ดูที่กราฟราย 1 ชั่วโมงนะครับ จะเห็นว่าผม ได้ขีดเส้นสองเส้นสีแดงเอาไว้ ที่กราฟ และมีราคากำกับอยู่ จะมีสองราคา คือ 1.5045 และ 1.5058 เหตที่ทำไว้สองราคาคือ ในบางครั้งราคาจะกลับแนวต้านนี้ บางที่มันก็มีทดสอบที่ราคาสูงสุด และบางทีมันก็มาทดสอบที่ราคาปิด( Trader ส่วนใหญ่จะใช้ราคาปิดเป็นแนวรับแนวต้านครับ ) เมื่อเราได้ราคาสังเกตการณ์แล้วคือ 1.5045 และ 1.5058 ก็ให้รอ ครับ รอ ร้อ รอ ไปเรื่อยๆ จนกว่าราคามันจะกลับมาเทสจุดที่เราได้ขีดเส้นไว้อีกรอบครับ หลังจากที่รอกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง และแล้ว ราคามันก็กลับมาครับ แต่เราไม่รู้ว่ามันจะทะลุหรือว่ามันจะกลับตัว ดูภาพด้านล่างประกอบเลยครับ
จากรูป จะเห็นว่าราคากลับมาเทสที่ High อีกรอบ เราก็รอดูมันครับ ถ้ามันผ่าน วิธีการนี้ก็ใช้ไม่ได้ รีบสละเรือด่วน ( ถ้าเข้าไว้ ก็ Stop loss ทิ้งไปครับ ) แต่ในกรณีนี้ เหมือนสวรรค์เข้าข้างเราครับ มันชนแนวต้านที่เราขีดไว้ แล้วเด้งกลับทันที เกิดแท่งเทียนกลับ ( Reversal candle ) ครอบคลุมแท่งเทียนขาขึ้น ( Bullish Candle ) มิดด้ามเลยครับ ก็แสดงให้เห็นว่า แนวต้านนี้เป็นแนวต้านที่แข็งน่าดู จึงบอกเราได้ว่า มันกลับตัวแน่นอนครับ เรามาดูภาพต่อไปกันเลยครับ
จากรูป จะเห็นมั้ยครับ ว่า พอราคามันไม่ผ่านแล้ว มันลงยาวเลยครับ เรามีดูวิธีการเข้าออเดอร์ของกราฟลักษณะนี้นะครับ เข้าได้หลายกรณีครับ บางคนก็รอให้ชนเส้นแนวต้านที่เราขีดไว้ก่อนแล้วถ้าเกิดแท่งเทียนกลับตัว ( Reversal Candle ) พวกเขาจึงจะเปิด ออเดอร์ Sell ครับ และบางคนก็ตั้ง Order Sell ไว้ที่เส้นที่เราขีดไว้เลยครับ(ชาวสวนครับ)แล้วก็ตั้ง Sl ไว้ประมาณ 10-50 จุดครับ แล้วแต่ว่าใครอยากเสียกันเยอะ หรือว่าอยากเสียกันน้อยๆ ขึ้นอยู่กับความพอใจครับ ซึ่งเราสามารถใช้วิธีการเข้าออเดอร์ได้ทั้งสองกรณี ทีนี้เรามาดูการตั้งราคาเป้าหมายกันบ้าง เข้าแล้วออกไม่เป็นอีก ไม่รู้จะออกราคาไหน ก็เอาราคาแนวรับของกราฟในอดีตอีกแหระครับ ตั้งทาเก็ต ถ้าลงมาถึง ก็ร่ำรวยกันครับ แต่ในกรณีนี้ ราคาลงมาถึง แนวรับ ที่ผมได้ขีดเส้นไว้เลยครับซึ่งเป็นราคาปิด 1.4581 ใครได้ปิดราคานี้ ถือว่า เซียนมากครับ รับทรัพย์กันเต็มๆ จากยอด ถึง เหว ก็เกือบๆ 500 จุด ครับ แต่รอหลายวันหน่อยนะ แต่ก็คุ้มกับการที่รอคอยครับ
*** เป็นไงบ้างครับ ยากมั้ยวิธีนี้ ผมว่าไม่ยากนะ แต่ไอ้ที่ยากก็คือ เห็นมันบวกแล้วจะพากันปิดก่อน ก่อนถึงทาเก็ต(Target)นะสิครับ อิอิ ผมเองก็ไม่รอมันถึงทาเก็ตหรอกครับ บวก 100 นี่ก็ถือว่า เทพละครับ ** ขอให้ร่ำรวยครับ

การดู แนวรับ แนวต้าน 
Read More>>
14

การ เทรดโดยการใช้Pivot(Trading by using Pivot)

สวัสดีครับทุกท่าน นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผมใช้เทรดในปัจจุบัน ถ้ากราฟไหนตรงเงื่อนไขนี้ผมก็มักจะใช้มันในการเทรด ไม่ยากครับวิธีนี้ ง่ายๆ แค่หาจุดกึ่งกลางราคาของราคาเมื่อวานนะครับ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกะไอ้เจ้า Pivot กันก่อนนะครับ ว่ามันมีความสำคัญยังไง Pivot คือ ราคากึ่งกลางของช่วงเวลาที่เราวัด จากจุดสูงสุดถึงต่ำสุด (งงมั้ยครับ.. อิอิ ผมก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน..เอาเป็นว่าเข้าใจกันนะ) เราจะหา Pivot หรือจุดกึ่งกลางได้ยังไง จุด Pivot เราจะหากันจากกราฟของเมื่อวานนะครับ เราดูราคาสูงสุด ( High = H ) ราคาต่ำสุด ( Low =L ) และราคาปิด ( Close=C) เปิดกราฟ Daily นะครับ แล้วใช้เม้าท์ชี้ที่แท่งเทียน แล้วมันจะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับราคาพวกนี้นะครับ ( สำหรับท่านที่เทรด Marketiva นะครับ ) ดูรูปด้านล่างนะครับ
เห็น กรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆกันมั้ยครับ ในนั้นจะบอกราคา Open ,High, Low, Close ครับ เราจะใช้ราคา High , Low , Close มาใช้ในการคำนวณเพื่อหา Pivot นะครับ
สูตรที่ใช้ในการคำนวณหาค่า Pivot คือ
Pivot = (High + Low +Close)/3
จุดกึ่งกลางเท่ากับ ราคาสูงสุด บวก ราคาต่ำสุด บวก ราคาปิด แล้วเอาทั้งหมด มาหารด้วย 3 ครับ
หรือ P = (H+L+C)/3
จากตัวอย่างเรา ลองคำนวณกันเล่นๆนะครับ
แทนค่าที่ได้ลงไปในสูตรเลย
High = 1.2577 , Low=1.2353, Close=1.2367
แทนลงไปในสูตรข้างบนครับ
Pivot = ( 1.2577+1.2353+1.2367) เราก็จะได้ ค่า Pivot เท่ากับ 1.2432
พอเราได้ค่า Pivot ของเมื่อวานแล้ว เราก็มาดูกราฟของวันนี้เลยครับ ดูราคาว่ามันวิ่งกลับไปเทสที่ Pivot มั้ย ถ้ามันไปเทส หรือราคาไกล้เคียง เราก็เตรียมเข้าออเดอร์กันได้เลยครับ
ขอนอกเรื่องนิดนึงนะครับ นอกจากเราจะใช้ค่า ราคา High Low Close ในการหา Pivot ได้แล้ว เรายังสามารถใช้ ราคาเหล่านี้ราคา แนวรับและแนวต้านของกราฟได้อีกด้วย เรามาดูกันครับ ว่าหากันยังไง
เมื่อเราได้ค่า Pivot , P แล้ว เราเอา P มาใส่ใน สูตรเหล่านี้นะครับ
อิอิ ผมขออธิบายศัพท์ก่อนนะครับ ลืมๆ
จุด กึ่งกลาง , Pivot, P
แนวรับ (Suport)
แนวรับที่ 1, Support 1 , S1
แนว รับที่ 2, Support 2 , S2
แนวรับที่ 3, Support 3 , S3
แนวต้าน( Resistance)
แนวต้านที่ 1 , Resistance 1, R1
แนวต้านที่ 2 , Resistance 2, R2
แนวต้านที่ 3 , Resistance 3, R3
เรามาดูสูตรที่ใช้ ในการคำนวณค่าเหล่านี้เลยครับ
P=(H+L+C)/3
S1=P-0.382(H-L)
S2=P-0.50(H-L)
S3=P-0.618(H-L)
R1=P+0.382(H-L)
R2=P+0.50(H-L)
R3=P+o.618(H-L)
เรา จะเห็นว่า มีตัวเลขเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตัวเลขพวกนี้เป็นตัวเลข Fibonacci Number ครับ เด๋วรายละเอียดเราค่อยมาว่ากันในบทความต่อไป หรือถ้าท่านใดอยากศึกษา Search Google เลยครับ มีเพียบบบ
จากสูตรข้างบน เราก็จะได้แนวรับและแนวต้าน พอได้แล้ว เราก็ใช้ Horizontal line แปะไว้บนกราฟเลยครับ ( สำหรับ คนที่เทรด marketiva นะครับ คลิกขวาที่กราฟ แล้วเลือก Indicators >> Horizontal Line )
เพียงแค่นี้ก็จะมีแนว รับแนวต้านของวันอยู่บนกราฟเราละครับ

มาเข้าเรื่องกันต่อครับ การใช้ Pivot ในการเทรดยังไมได้เห็นภาพกันเลย ผมจะใช้กราฟของโปรแกรม Mt4 นะครับ ในการอธิบาย และใช้ Fibonacci Retracement ในการหา ค่า Pivot ค่า Pivot ก็คือค่า 50 % ใน Fibonacci นั่นเองครับ
ก่อนอื่นเซตกราฟ ใน Mt4 ของท่านก่อนนะครับ คลิกขวาที่กราฟ แล้วเลือก Properties ครับ ตามรูปด้านล่างเลยนะครับ
จากนั้น ก็ไปคลิ็ก ที่ช่อง Common แล้วก็ติ็ก ตามรูปเลยนะครับ แล้วกดปุ่ม OK
พอกด OK แล้วจะได้กราฟ หน้าตาแบบนี้นะครับ คลิกขวา เลือก Periodicity ที่ 15 minutes
จากรูป เราจะเห็นเส้นปะแนวตั้ง เส้นนี้คือ มันจะแบ่งช่วงของราคาวันต่อวันครับ เราก็สามารถรู้จุดสูงสุดและต่ำสุดของอดีตได้
เอาล่ะครับ เกริ่นนำมานานมาก หลายท่านคงบ่นแล้วสิ เมื่อไรมึงจะเข้าเรื่องซักทีวะ ++ ใจเย็นๆครับ ท่าน เด๋วผมขอนอกเรื่องนอกซักเรื่องครับ เป็นการตั้งค่า Fibonacci ให้บอก จุด pivot แสดงราคาให้เราได้ด้วย เริ่มกันเลยครับ
ให้ ไปคลิกที่ Insert แล้วก็เลือก Fibonacci แล้วเลือก Retracement นะครับ พอเลิกแล้ว มันจะติดอยู่ที่เมาท์ของเรา เอามันไปจิ้มที่ยอด สูงสุดก่อนครับของช่วงเวลาเมื่อวานนี้ ที่อยู่ในกรอบเส้นปะอ่ะครับ
พอ จิ้มที่สุดสูงสุุด จิ้มค้างไว้นะครับ อย่าพึ่งปล่อยเมาท์ แล้วลากมันลงมาหาจุดต่ำสุดของวันครับ ลากลงมาเลยครับท่าน เราก็จะได้ดังรูปด้านล่างนี้ครับ
จากนั้น ให้ให้คลิกขวาที่ตัว Fibonacci มันจะมีจุดขาวๆขึ้นมาแล้วเลือก Fibonacci Properties หรือไม่เราก็คลิกขวาที่กราฟครับ แล้วเลือก Objects List แล้วเลือก Fibo แล้วคลิกที่ Edit จากนั้น จะขึ้นหน้าต่างใหม่ขึ้นมาตามรูปด้านล่างเลยครับ
ให้ เลือกที่ Fibo Levels นะครับ แล้วให้เรา พิมคำว่า =%$ ต่อท้ายตัวเลขที่ช่อง Descripttion ให้หมดทุกตัวเลยนะครับ ยกเว้น ที่ ช่อง 50 ให้ลบออกครับ แล้วพิมคำว่า Pivot=%$ ลงไป จะได้ตามรูปครับ
ครับ และแล้วเราก็ได้ Pivot แล้ว ซึ่งเป็นราคา Pivot ของวันที่ผ่านมา ซึ่งเราจะเรามาใช้ในการสังเกตการณ์ในกราฟของวันนี้ ที่เรากำลังเล่นอยู่ จากรูปจะเห็นว่า ราคา Pivot อยู่ที่ 1.4933 ซึ่งในช่วงตลาด โตเกียว ราคาจะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไป จนใกล้ถึงจุด Pivot ของเรา ถ้าราคาไม่สามารถทะลุผ่าน Pivot ขึ้นไป ให้เปิด Sell ได้ทันที จากนั้นก็รอราคาลงมาเรื่อยๆ จนเราพอใจ แล้วเราค่อยปิด เอากำไร การตั้ง stop Loss ของวิธีนี้ ควรตั้งอยู่เหนือ ราคา 61.8( ในกรณีที่เรา Sell แต่ถ้าเรา Buy ก็ตั้งต่ำกว่า 38.2 ไว้ประมาณ 10 จุด) ข้อสังเกตอีกอย่างของวิธีการนี้คือ ถ้าราคาทดสอบ ที่บริเวณ Pivot หรือใกล้เคียงราคา Pivot ให้เราคิดไว้เลยว่า ไม่นานมันจะกลับตัว หรือไม่ก็รอแท่งเทียนยืนยันการกลับตัว ถ้ามีแท่งเทียนกลับตัว เราก็เปิด ออเดอร์ตามมาเลย ดูภาพด้านล่างนะครับ ภาพตัวอย่างนี้ ราคาวิ่งไม่ถึง จุด Pivot แล้วลงมาทันที แล้วลงเยอะด้วย ใคร Sell กำไรบานเลยครับ ดูรูปด้านล่างกันเลยครับ
ไม่ยาก นะครับวิธีนี้ ง่ายๆ แต่ต้องรอหน่อย รอแค่จุด Pivot วันนึงเราอาจจะได้เทรดแค่ครั้งเดียว หรือสองครั้ง
วิธีนี้เหมาะสำหรับ Day Trade นะครับ เล่นรายวันยาวๆหน่อย เด๋วดูตัวอย่างประกอบกันเลยครับ
หวัง ว่าวิธีนี้คงทำให้ทุกคนที่อ่านบทความนี้มีกำไรจากฟอเร็กซ์นะครับ .. ขอให้ร่ำรวยครับ ^^ pipsrunner
Buy ที่ Pivot สบายๆเลยครับ
ราคา กลับมาเทสที่ Pivot สองครั้ง ไม่ผ่าน เรา Sell ได้เลยครับ

ขอขอบคุณที่มา >> http://pipsrunner.blogspot.com/2010/05/pivottrading-by-using-pivot.html
Read More>>
0

Stochastic

Stochastic เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ในการเกร็งกำไรในตลาดฟอเร็กซ์ สโตเป็นเครื่องมือวัดการแกว่งของตลาดซึ่งเหมาะกับตลาดไซว์เวย์ (Side way) ไซเวย์หมายความว่ามีการแปลงแปลงของราคาไม่มากนัก สโตเป็นเครื่องมือที่ไวเท่ากับราคา สัญญาณของสโตจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการตัดกัน โดยส่วนมาก ผมจะใช้ สโต ในการดูOverbought / Oversold และ การดู Divergence
สัญลักษณ์ ที่ผมใช้เพื่อให้เข้้าใจกันทุกคนนะครับ
OB=Overbought สัญญาณแรงซื้อเยอะเกินไปแล้ว
OS=Oversold สัญญาณการขายเยอะเกินไปแล้ว
DVB=Divergence Bullish สัญญาณกลับตัวของขาขึ้น
DVBr=Divergence Bearish สัญญาณการกลับตัวของขาลง
มาดดูภาพด้านล่าง ประกอบเลยนะครับ

จากภาพด้านบนจะเห็นว่า ผมได้กำหนดให้เส้นปะสีขาว ที่ระดับ 80 เป็น เขต OB และ เส้นประสีขาวด้านล่างที่ระดับ 20 เป็นเขต OS ซึ่งสโตในรูปผมได้ตั้งค่าไว้ที่ 8- 3 -3 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่ใช้กันโดยทั่วไป มีเส้นสีขาวและสีแดง เป็นเส้นสัญญาณในการพิจาณา ซึ่งดูจากการตัดกันของเส้น

การดู stochastic

1.เมื่อเส้นสัญญาณทั้งสองเส้นได้วิ่่งเข้าสู่ เขต OB ระดับ 80 แล้ว เราก็เริ่มพิจาณากันได้เลยว่า การขึ้นมาของราคาเริ่มจะสิ้นสุดลงแล้ว ให้เตรียมปิดออเดอร์ เมื่อเริ่มมีสัญญาณการกลับตัวนั่นก็คือ เส้นสัญญาณท้งสองเส้นเริ่มตัดกันให้เราปิด ออเดอร์ ที่เรา Buy มาทันที และเตรียมหาสัญญาณ Sell เมื่อเส้นสัญญาณทังสองเ้ส้นได้ตัดกันเรียบร้อยแล้ว

2.เมื่อเส้นสัญาณทั้งสองเส้นได้วิ่งเข้าสู่เขต OS ระดับ 20 แล้ว มันเป็นสัญญาณบอกเราว่า การลงมาของราคาไดใกล้สิ้นสุดแล้ว ให้เราเตรียมปิดออเดอร์ที่เราได้ Sell
มา แล้วเตรียมหาโอกาสเมื่อเส้นสัญญาณทั้งสองเส้นได้กลับตัวแล้วมีการตัดกันเกิด ขึ้น แล้วเราก็เปิด order buy ทันที

3. การดู Divergence ไดเวอร์เจนดูได้สองแบบคือ ดูไดขาขึ้น และไดขาลง ไดขาขึ้นเรียกว่า Divergence Bullish ไดขาลงเีีรียกว่า Divergence Bearish
การดูไดขาขึ้น DVB จากรูปเห็นเส้นสีเหลืองกันมั้ยครับ นั่นแหระครับ คือ Divergence ไดเวอร์เ้จ้นเป็นการลากจุดสองจุดเทียบกัน โดยมีข้อกำหนดที่ว่า ยอดแรกและยอดที่สองต้องไม่เท่ากัน จึงจะเรียกว่าไดเวอร์เจน การดูไดขาขึ้นก็ลากสองยอดเทียบกัน โดยให้ ความชันมีค่าเป็นบวก ถ้าสัญญาณได้เกิดไดเวอร์เจนนั่นก็หมายความว่าราคาจะมีการกลับตัวในไม่ช้า เตรียมเปิดออเดอร์กันได้เลย การใช้ sto ดูไดเวอร์เจนจะไม่ค่อยชัดเจนเหมือนดูจาก CCI , RSI , และ MACD เพราะ stochastic จะเน้นไปทางการดู
Overbought/ Oversold มากกว่า และดูจากการตัดกันของ เส้นสัญญาณทั้งสองเ้ส้นด้วย เพียงแค่นี้เราก็สามารถเกร็งกำไรจากตลาดฟอเร็กโดยใช้ stochastic กันได้แล้ว

ขอขอคุณที่มา >>>> http://www.fx-dd.makewebeasy.com
Read More>>
InstaForex
 
Related Posts with Thumbnails